เพลงนี้เขาเรียก "เรกเก้" หรือว่า "สกา"
เฮ๊ย! แล้วเขาเรียก "สกา" หรือว่า "เรกเก้" กันแน่
.
ผมฟังเพลงนี้แล้วนึกขำ
ตกลงคุณก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าคุณร้องเพลงแนวไหน
ผมคนฟัง ผมก็แยกไม่ออกหรอก
เอ้า แต่ให้อภัย ยกผลประโยชน์ให้เครื่องเป่า
และบรรยากาศงานวัด
.
แปลกไหม หากคุณจะไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ
มีเหตุผลแตกต่างกันไปที่ทำให้เราไม่แน่ใจ
ไม่รู้ว่าทำเพราะชอบหรือเปล่า
หรือต้องทำเพราะโดนบังคับ
หรือ ทำเพราะไม่มีอะไรทำ ตรงเผง!!??
.
บางคนไม่แน่ใจในรสนิยมทางเพศของตัวเอง
บางคนไม่แน่ใจในการตัดสินใจของตัวเอง
บางคนไม่แน่ใจในความสามารถของตัวเอง
บางคนก็ไม่เคยแน่ใจอะไรเลยสักอย่าง
.
หลายคนอาจจะเห็นว่าแม้สิ่งที่ทำโดยไม่แน่ใจก็ยังประสบความสำเร็จ
แต่ความไม่แน่ใจนี้ มันคือความไม่แน่ใจของบุคคลที่สอง
ความไม่แน่ใจที่เคลือบด้วยความดูถูกรสโกโก้
บางเรื่องมันไม่ได้ใช้ประโยขน์ตรงวัตถุประสงค์นัก แต่มันได้คิดการสร้างสรรค์
ความคิดสร้างสรรค์ทำให้มีความสุข
สิ่งประดิษฐ์หลายอย่างล้วนมาจากความคิดสร้างสรรค์
.
เคยดูข่าว
ในอังกฤษมีการแข่งขันคนบินเป็นประจำทุกปี
ยังไม่เคยเห็นว่าเครื่องร่อนของใครจะบินได้ถึง 100 เมตร
ของบางคนมีรูปร่างที่ไม่น่าจะร่อนได้เกิน 5 เชนติเมตรด้วยซ้ำ
พวกเขาไม่ได้หวังเิงินรางวัล แต่ว่านั่นคือการที่เขาได้ขายไอเดีย

ได้สร้างสรรค์ และนั่นคือความสุข
.
มี 2 กรณีให้ศึกษา
หนึ่งคืออัจฉริยะสุดยอดหัวกะทิ นั้นสร้างชื่อได้ง่ายดาย
อีกหนึ่งคือความแปลกแหวกแนว บ้าๆ บอๆ นั่นก็สร้างชื่อได้
ความบ้าบอที่ถูกตีความเป็นความกล้า "กล้าทำได้ไงวะ"
แต่อัจฉริยะใช้แค่เศษสมองคิด คนก็นับถือ
.
จาก 2 กรณีดังกล่าว ทำให้มองได้ว่าสังคมนี้มี 2 มาตรฐาน
เป็นมาตรฐานที่มาจากคน 2 กลุ่ม
เรียกตามศัพท์ยากๆ ก็เป็นคนจากยุคโมเดิร์น กับพวกโพสต์โมเดิร์น
คน 2 กลุ่มมีวิธีคิดและทัศนคติที่แตกต่างกัน
.
ความคิดของคนรุ่นพ่อ อาจเป็นพวกโมเดิร์น หรือ พรีโมเดิร์น
ขณะที่วัยรุ่นยุคใหม่ออกแนวโพสต์โมเดิร์น
คนแก่มีมาตรฐานที่เข้มงวด อันไหนได้ อันไหนไม่ได้
ขณะที่วัยรุ่นอันนี้ได้ อันนี้ไม่ได้เหรอ ก็น่าจะได้นะ ขอลองดูก่อน
การคิดแบบนี้เรียกว่าคิดแบบปัจฉานวยุค (postmodern thought)
และเราจะเห็นได้ชัดเจนว่า คำว่าธรรมเนียม จารีต และประเพณี มักจะถูกฉีกเป็นชิ้นอยู่หลายบ่อย
.
ผมมองว่าการที่สังคมมีคนคิด 2 แบบอย่างนี้ถือเป็นเรื่องดี
อย่างน้อยก็ได้ถ่วงน้ำหนักกันไป เหมือนเท้าซ้ายและขวา
เกินกันนิด ล้ำกันหน่อย แต่ก็ยังทันกัน ไปด้วยกันได้
ในที่นี้ผมไม่นับรวมเอาพวกที่ใช้เล่ห์เหลี่ยม กลโกงนะครับ
...ถ้าจะเป็นได้ ดีที่สุดก็แค่ "ส้นเท้า" ครับ
.
.
งืม ...แล้วตกลงมัน "เรกเก้" หรือว่า "สกา" อ่ะ
เป็น "เรกสก้า" ก็แล้วกัน
โอเค เอสเพรสโซ

Comment

Comment:

Tweet

เมื่อไรจะได้มาอัพ?sad smile

#15 By 7 days ago on 2009-09-15 21:58

เข้มไปรึเปล่า เด๋วขมนะ
โอเค เอสเพลสโซน่ะsad smile

#14 By Lady Moon on 2009-09-11 15:56

ยังไงมนุษย์ก็ไม่มีทางแน่ใจในตัวเองร้อยเปอร์เซนต์ เนอะคะ
อย่างน้อยก็ขอความมั่นใจจากใครสักคน แค่หนึ่งคำ ก็อาจจะเติมเต็มได้

ปล. ไม่รู้ "เรกเก้" หรือว่า "สกา"
แต่เพลงน่าหมั่นเขี้ยวชะมัด

#13 By [[ FunGi ]] on 2009-09-09 17:02

ก๊าาาาาาา

#12 By Lady Moon on 2009-09-08 20:42

"ทำเพราะไม่มีอะไรทำ" กะ "ไม่เคยแน่ใจอะไรเลยสักอย่าง" แล้วก็ "สร้างสรรค์ และนั่นคือความสุข"

ยกมือสนับสนุน ว่า เรื่องเหล่านี้ มีอยู่จริง ในคนๆนึง คนบางคน

#11 By babyTao (202.62.100.194) on 2009-09-06 18:18

หมายถึง มองให้รอบด้าน ด้วยความไม่ลำเอียง

ใช่มั๊ยครับ คุณ \\\"7 days\\\"

sad smile ... จิงๆ ก็ไม่เข้าใจทั้งหมดหรอกนะ

#9 By rite (58.136.48.11) on 2009-09-04 17:06

เหอ ๆ มิชำนาญเรื่องเพลง..
แต่เรื่อง "ส้นเท้า" นี่แตกเป็นประจำ 555555sad smile sad smile

#8 By 12345 on 2009-09-04 13:58

อืม ควรคิดอีกละขรับembarrassed

#7 By Lady Moon on 2009-09-04 13:57

เท้าซ้ายเท้าขวา..
ผลัดกันนำ..
ผลัดกันตาม..

บนเส้นทางเดียวกัน...

big smile
ช่วยทำให้สังคมสมดุลขึ้นครับ Hot!

#5 By Clepsydra:: on 2009-09-03 00:51

เนทอืด ฟังสะดุด แต่ไอ้ที่มันขึ้นต้นอินโทรนั่นนะ เหอๆๆ


คุ้นๆๆสิล่า

#4 By ฟ้าบ่กั้น on 2009-09-02 21:39

เรกสก้า มั้งครับ sad smile

#3 By PANTHONG on 2009-09-02 21:34

ฟังครั้งแรกแล้วขำเหมือนกัน

ฮ่าๆๆๆๆ


นั่นสิ มันเรกเก้ หรือ สกา วะ?