ช่วง 2-3 ปีมานี้ ผมรู้สึกตัวเองว่าได้เดินทางไปไหนมาไหนมากเกินปกติ
บางครั้งไปท่องเที่ยว บางครั้งเป็นการทำงาน ...บางครั้งก็แค่เดินทาง
หากมีวันหยุดยาว น้อยครั้งมากที่จะเก็บตัวอยู่กับเหย้า
...ผมมักออกไปข้างนอก...
และเรื่องราวเหล่านั้น มักเริ่มต้นโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
.
กว่าจะหาปี่ หาขลุ่ยเจอ ผมก็พบว่าตัวเองถูกลักพาตัวไปเรียบร้อยแล้ว
หลายครั้งที่เพิ่งหาเหตุผลให้ตัวเองได้ภายหลัง ว่าทำไมต้องออกมาเดินบ้าอยู่แถวนี้
หลายครั้งที่แกล้งทำเป็นเฉยเสีย นั่นเพราะไม่มีเหตุผลใดเลย
...และนั่นเพราะผมพร้อมที่จะลักพาตัวเองได้ทุกเมื่อ
.
...ผมมักออกไปข้างนอก...
ชอบหรือเปล่า? ตอบไม่ได้ ...มันคล้ายกับการอ่านหนังสือ
หนังสือ เป็นการนำเรื่องราว สิ่งแวดล้อม ประสบการณ์มาสื่อสารผ่านสัญลักษณ์อักษร
การเดินทาง ก็เหมือนการไปอ่านข้อมูลดิบเหล่านั้นโดยตรง ข้อมูลจะไม่ผ่านการกลั่นกรองโดยนักเขียน
สุดท้าย...คุณจะชอบ หนังสือเดินทาง เล่มนั้นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผลประมวลภายในตัวคุณเอง
.
ผมอ่านหนังสือน้อยลง สวนทางกับความถี่ในการออกไปเสพข้อมูลดิบ
ใช่จะหันหลังในความรื่นรมย์บนแผ่นกระดาษ เพียงแต่นิยมการออกไปเรียนรู้มากกว่า
เทคโนโลยีย่อโลกให้แคบลงก็จริง แต่กลับยากที่จะการันตีได้ว่าสิ่งเหล่านั้นคือความจริง
ผมใช้สายตามองผ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงก็จริง แต่กลับยากที่จะเชื่อมั่นได้ว่าสิ่งเหล่านั้นคือความจริง!
..อาจจะเป็นความจริงในมุมที่ผมมอง
..แต่อาจจะเป็นความลวง หากมองจากฟากตรงข้าม
.
.
บ่อยครั้งที่เรื่องราวการเดินทางถูกนำมามาบอกเล่าผ่านเอนทรี่ต่างๆ ใน blog นี้
ทั้งหมดเหล่านั้นเป็นแค่เพียงฉากบันเทิงของเรื่องราวทั้งหมด ที่รวมหลากรสชาติ
แน่นอนว่ามันต้องผสมผสานทั้งดราม่า โรแมนติก แอ๊คชั่น หลอน ลงไปบ้าง เช่นเดียวกับหนังไทย
ความบันเทิงนั้นไม่ใช่ทั้งหมดของการเดินทาง ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการเดินทางไม่ใช่ความบันเทิง
การนั่งอ่านอยู่ที่บ้าน เท่ากับเป็นการปิดกั้นข้อมูลอีกหลายด้านทั้งที่ควรรู้ และไม่ควรรู้
...ทำไมคุณไม่ออกไปข้างนอกล่ะ?...
.
นอกจากการเดินทางไปท่องเที่ยวกับเพื่อนฝูงแล้ว
ผมไม่เคยคำนึงถึงความบันเทิงอีกเลย หากต้องเดินทางคนเดียว
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องน่าเขินอายกับการแสดงออกอยู่คนเดียว อีกส่วนหนึ่งคือผมไม่ค่อยแสดงออก!
บางครั้งก็ถึงกับละเลยความสนุกเหล่านั้น และทดแทนด้วยการมองบุคคลอื่นแสดงออกแทนตัวเอง
เท่ากับว่าแค่ผมนั่งยิ้มเฉยๆ ปลดปล่อยให้จิตใต้สำนึกโลดแล่นไปกับตัวละครเบื้องหน้าจนพอใจ
.
การเดินทางจะบอกว่า "เห็นอะไร" มากกว่า "ได้อะไร"
สิ่งที่ได้เห็น มีมากกว่าภาพที่บันทึก สิ่งที่นอกเหนือจากภาพถ่ายจึงต้องบันทึกไว้ในใจ
น่าเสียดาย หากการเดินทางของใครหลายคนมุ่งแต่จะหาความบันเทิงเพียงอย่างเดียว
นั่นเพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่รายรอบ ให้อะไรได้มากกว่าเกินที่จะมองผ่าน
น่าเสียดาย หากเลือกอ่านเพียงแค่ย่อหน้าที่ชอบ หนังสือเล่มนั้นถูกลดคุณค่าลงทันที
.
.
ทำไมคุณไม่ออกไปข้างนอกล่ะ?
โลกใบนั้นล้วนเต็มไปด้วยความรู้ ช่วยเพิ่มประสบการณ์ และขัดเกลาทัศนคติ...
หลังจากเวลาผ่านไปหลายไมล์ ผมจึงได้เข้าใจถึงความหมายของการเดินทาง
...การเดินทาง เป็นวิธีการออกไปค้นหาตัวเองได้ดีวิธีหนึ่ง
ยิ่งได้รู้ ยิ่งได้เห็น ก็ยิ่งตอบคำถามในใจ
...โลกภายนอกเปรียบเหมือนกระจกเงา ที่สะท้อนให้คุณได้มองเห็นตัวเอง
.
.
ตลาดน้ำอัพวายามหลังตะวันชิงพลบ จ.สมุทรสงคราม
.
ชาวบ้านดำน้ำแทงกุ้งในแม่น้หลังสวน จ.ชุมพร
.
เงาสะท้อนอาคารทรงไทย บนผิวน้ำที่นองอยู่บนพื้นอาคาร จ.ลพบุรี
.
ฝรั่งมังค่า ยืนศึกษาคู่มือระหว่างเดินชมพระนครคีรี จ.เพชรบุรี
.
คนงานใช้ค้อนตอกตอม่อสะพานข้ามแม่น้ำปาย หลังสะพานเดินถูกทำลายด้วยแรงน้ำหลาก อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
.
เรือพายลำเล็กลอยในแอ่งน้ำเวิ้งว้าง เขื่อนเขาแหลม จ.กาญจนบุรี
.
เมืองพัทลุงจากมุมสูง ณ โพรงถ้ำ ของภูเขาอกทะลุ ดูภาพภูเขาจากเอนทรี่นี้
.
ผู้คนรุมล้อมรับของกินฟรีจากร้านค้าต่างๆ ในตลาดสามชุก เนื่องในวันสิ้นปี
.
.
.
"หากเพื่อนร่วมทาง คือใครสักคนที่มานั่งเหงาเป็นเพื่อน...จะน่ายินดีที่สุด"