นับตั้งแต่เคยเล่าประสบการณ์ท่องเที่ยวมาหลายครั้ง
ใครบางคนคงจะพอจับทางได้ถึงพฤติกรรมการเที่ยวในแบบผม
ซึ่งรูปแบบนั้นมันก็ถูกบรรจุอยู่ในรูปแบบลักษณะการเดินทางที่มีหลายประเภท
(เคยอ่านเจอใน a day ปก เรย์ แมคโดนัลด์ สะพายเป้)
หนึ่งในนั้นก็คือการเดินทางแบบไม่มีแผนการกำหนดตายตัว
.
นั่นหมายถึงว่าจะต้องรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าให้ได้ทันท่วงที
ทำให้การเดินทางครั้งนั้นดูตื่นเต้น มีสีสัน และท้าทายอย่างยิ่ง
สมมติว่าคุณจะไปสถานที่หนึ่ง การเดินทางรูปแบบนี้จะไม่สามารถการันตีได้ว่าคุณจะไปถึง
สำหรับคนที่วางแผนเดินทางลงล็อคแล้ว อาจจะไม่คุ้มกับการที่คุณต้องเสียเวลาไปมากโข
.
หากจะหาเหตุผลมารองรับการเดินทางรูปแบบนี้ ให้พอฟังได้หน่อย
ก็คือ "เที่ยวเอามันส์" พอใจตรงไหนก็อยู่นานๆ ไม่ชอบก็แค่ผ่านๆ
มันดีกว่าการเที่ยวแบบทัวร์ คือได้เห็นในมุมมองที่ไกด์ทัวร์ไม่พาเราไป
และก็อาจจะไม่เห็นในมุมมอง และสถานที่ในแบบที่พวกไกด์ทัวร์พาไปเห็น
.
.
อาทิตย์ที่แล้วผมอุทิศเวลาว่างให้กับการพาตัวเองไปเที่ยวอัมพวา (ด้วยความที่ยังไม่เคยไป)
ผมจงใจจะเดินทางด้วยรถไฟ ซึ่งก่อนเดินทางได้ปริ้นท์ตารางเดินรถมาดู ..แต่ไม่ได้ใช้
เป็นเหตุให้ต้องวิ่งไล่รถไฟที่กำลังเคลื่อนขบวนออกจากสถานีวงเวียนใหญ่
(เดชะบุญ! ที่ยังพอหลงเหลือความเร็วอยู่บ้าง)
ปลายทางของรถไฟสายนี้อยู่ที่มหาชัย
.
จากมหาชัยต้องนั่งเรือข้ามฟากไปต่อรถไฟอีกขบวน เพื่อไปแม่กลอง ..ผมก็ทำตามนั้น
ลงจากท่า เดินไปเกือบ 1 กิโลเมตร ถึงสถานี แต่งานเข้าทันที เมื่อรถไฟขบวนต่อจะออกในอีก 2 ชั่วโมงข้างหน้า
ต่อให้เป็นคนใจเย็นที่สุดก็ต้องตัดสินใจนั่งเรือข้ามฟากกลับ ผมเลือกนั่งรถเมล์หวานเย็นไปแม่กลอง
นั่งมองข้างทาง นึกถึงโฆษณาน้ำมันเครื่องสมัยก่อนที่แม้แต่รถซาเล้งขายไอติมยังแซงได้หน้าตาเฉย
ปลอบใจตัวเองว่า "กูไม่ได้รีบนี่หว่า"
.
ก้าวลงรถเมื่อถึงแม่กลอง รู้สึกปวดข้อเท้าแปล๊บ ความเหนื่อยแทรกซอนทุกรูขุมขน
ออกจากบ้าน 8 โมงเช้า บ่ายโมงถึงแม่กลอง ...ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเพื่อนถึงแนะนำให้เดินทางด้วยรถตู้
ผมปลอบใจตัวเองด้วยวลีเดิม "ก็กูไม่ได้รีบนี่หว่า"
บางครั้งความประทับใจในการเดินทาง ไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทาง แต่มันเป็นเรื่องราวระหว่างทางมากกว่า
.
ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ...แต่ผมมาถึงแล้ว "อัมพวา!!!" (ตื่นเต้นคนเดียว)
แดดร้อนยามบ่าย ผมโดนความหิวเข้าครอบงำ ...ต้องมีใครรับผิดชอบเรื่องนี้
ผมสวมบทเครื่องจักรสังหาร เดินหน้าไล่กินนานาอาหารทั่วทั้งคุ้งน้ำ
................................. (เคี้ยวอยู่ พูดไม่ได้) ............................
ปิดท้ายมหกรรมการกินด้วยกาแฟเย็นๆ เพื่อช่วยพยุงหนังตา
.
.
ไหนๆ ก็หาเรื่องให้งานเข้ามาเกือบทั้งวันแล้ว ก็อยากเพิ่มความยุ่งยากให้ตัวเอง
ด้วยการถ่ายภาพโดยไม่มองผ่านช่องมองภาพ ...รับประกันว่าไม่สวย
การเดินทางคนเดียว ทำให้หาเรื่องสนุกมาทำได้หลายอย่าง ยกเว้นเสียว่าเป็นคนขี้เหงาขนาดหนัก
ตาของผมมองอัมพวาในองศาหนึ่ง ตาของกล้องก็มองในอีกองศาหนึ่ง
เมื่อเป็นดังนั้น ผมจึงได้เห็นสถานที่ต่างๆ ได้สองมุมมอง
...เห็นไหม ผมไม่ได้ไปคนเดียวสักหน่อย
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ดูภาพอื่นๆ เพิ่มเติมที่ http://7daysago.multiply.com/photos/album/29/29