นับตั้งแต่ได้รับสิทธิ์นั้นครั้งแรกตอนอายุ 18
จนปูนนี้ผมก็ยังไม่เคยใช้สิทธิเลือกตั้ง
.
.
ตอนเด็กๆ ผมอาศัยอยู่บ้านยาย ตรงข้ามกับตลาดสด
ข้างบ้านยายมักถูกใช้เป็นพื้นที่เวทีปราศรัยของตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ มาทุกยุคทุกสมัย
ผมรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นรถบรรทุกเวทีแล่นมาจอดข้างบ้าน
เนื่องจากทุกเย็นหลังจากเลิกเรียน ผมจะรีบกลับมาดูการ์ตูนทางช่อง 11
พวกเขามาเบียดเบียนความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของผม
.
ดูยายจะพอใจกับเวทีปราศรัยมากกว่ารำคาญ
นั่นเพราะจะมีคนมาซื้อของที่ร้านมากขึ้น รายได้เข้าร้าน
ตรงกันข้ามกับเด็กอย่างผมอย่างสิ้นเชิง ...พวกนั้นคือมารโดยแท้
เสียงผู้สมัครและผู้สนับสนุน ดังกลบเสียงการ์ตูนในทีวี
นอกจากไม่ได้ยินเสียงการ์ตูน ผมยังต้องวิ่งขายของช่วยยาย
เสียงก็ไม่ได้ยิน ดูก็ขาดช่วง ...ผมเกลียดเวทีปราศรัย
.
มีคำเหน็บแนมว่าพรรคนี้เอาเสาไฟฟ้ามาลงสมัครก็ยังมีคนเลือก
โตขึ้นมาอีกหน่อยผมจึงค่อยเข้าใจความหมายของคำอุปมานั้น
แต่ผมก็ไม่เคยสนใจมันมากไปกว่าการดูการ์ตูน และการหัดขี่จักรยานยกล้อ
โตขึ้นมาอีกนิด ผมเริ่มใจกว้างกับเวทีปราศรัย เพราะยายมีรายได้เพิ่ม
แต่ผมก็ไม่เคยสนใจมันมากกว่าการเล่นฟุตบอล และหัดเล่นกีต้าร์
.
หลายพรรคการเมืองเอาใจผู้คนโดยกันพาดารามาช่วยหาเสียง
พี่กีร์ อริสมันต์, พี่เทห์ อุเทน, ลุงดี๋ ดอกมะดัน ฯลฯ
พวกพี่ๆ รู้สึกร้อนไหมครับ ตอนที่ยืนโบกมือบนท้ายรถกระบะ?
ไม่รู้ว่าผู้ลงสมัครจะได้รับเสียงจากชาวบ้านมากขึ้นหรือเปล่า
ที่แน่ๆ ดูท่านจะภาคภูมิใจที่ได้โชว์พาวข่มคู่แข่งคนอื่นๆ ได้
.
สำหรับผม ไม่เคยนำพา
.
พฤษภาทมิฬครั้งนั้น มีม้วน VDO ส่งมาจากกรุงเทพฯ
หลังจากที่คนบ้านนอกอย่างพวกผมได้ดูแต่ข่าวที่ถูกบิดเบือนมาหลายวัน
ละแวกบ้านใกล้เรือนเคียงแห่กันไปรวมตัวที่บ้านหลังหนึ่งที่มีเครื่องเล่น
ภาพการทำร้ายประชาชน บดขยี้หัวใจของชาวบ้านอย่างเรา
เสียงสบถพรั่งพรูอย่างไม่ขาดสาย...
.
แอ๊ด คาราบาว ออกเทปทันควัน
.
ผมสะสมแบงค์ 10 บาท ที่มีลายเซ็นต์ของบรรหาร ศิลปอาชา รมว.คลังขณะนั้น
ไม่รู้โดนใครหลอกมาว่าเอาไปแลกจะได้มูลค่าเพิ่ม ...ผมก็เป็นคนโง่คนหนึ่ง
ข่าวว่าบรรหารรวยไม่รู้เรื่อง ถนนหนทางในสุพรรณราบเรียบไม่มีแม้รอยปะ
ส.ส. บ้านผมแปรงบฯ ไปไว้ที่ไหนกันนะ นั่งรถเมล์ 50 กิโล ลงจากรถถึงกับจุกเสียด
เสียงลอยๆ มาว่า แปรงบเบื้องต้น ต้องแปรเข้ากระเป๋าไว้ก่อน
.
ผมไม่เคยนำพาเรื่องการเมืองในทุกยุคทุกสมัย
.
.
จนเมื่อใครคนหนึ่งได้เข้ามาสร้างสีสัน และทำให้การเมืองดูน่าสนใจ
แต่สุดท้ายฮีโร่คนนั้นกลับกลายเป็นชนวนของความร้าวฉานในประเทศ
ทัศนคติต่อการเมืองของผมตีกลับหลายรอบ
หนักหนาสาหัสกว่าความเกลียดชัง ที่มีต่อเวทีปราศรัยตอนวัยเด็กมากมายนัก
.
หากในอนาคตอันใกล้นี้ มีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง
ผมอาจจะเดินเข้าคูหาเลือกตั้งเป็นครั้งแรก
และผมก็รู้ว่า ผมยังคงไม่นำพากับการเมืองในประเทศนี้
ผมจะใช้สิทธิในการที่จะบอกว่า
"ไม่เคยเชื่อถือในตัวนักการเมืองไทย แม้สักปลายเล็บ"
.
.
เซฟไปเปลี่ยนเป็นดิสเพลย์ MSN กันครับ
ชอบแวะมาอ่าน