...ผ่านครึ่งวันมาแล้วร่วม 3 ชั่วโมง
ระยะทางที่เหลือก่อนถึงที่หมาย เป็นเส้นทางคดเคี้ยวบนภูเขา
ระยะทางจากแม่สอดไปอุ้มผาง 160 กม. กินเวลาเกือบ 4 ชั่วโมง
ในฤดูฝน เกือบทุกตารางนิ้วของจังหวัดตาก เป็นพื้นที่ฝนตก...
.
.
หากเปรียบกับชีวิตของคน เมื่อยามสุขล้นจนใจมันยั้งไม่อยู่
ก็คงเปรียบได้กับฤดู คงเป็นฤดูที่แสนสดใส
.
.
การเดินทางครั้งนี้ ไม่มีความพร้อมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ
จะว่าไป เดินทางครั้งไหนๆ ก็ไม่เคยพร้อม ...จำเป็นต้องพร้อมด้วยหรือ?
คนเราอยู่รอดด้วยสัญชาตญาณ ลองสนุกกับมันบ้าง
.
.
ถนนลอยฟ้า 160 กม. แม่สอด-อุ้มผาง มีหมอกหนา ยานพาหนะเคลื่อนตัวช้า
ฝนหนักบ้าง เบาบ้าง เป็นช่วงๆ ซ้ายก็เหว ขวาก็เหว
ศพต้นไม้ล้มพาดขวางทางเป็นระยะ รถราเลื้อยหลบ
ดินถล่ม สลับศพต้นไม้ ไม่มีผู้โชคร้ายจากเรื่องราวเหล่านั้น
.
.
อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
.
.
ฝ่าสายฝน ยังไม่เห็นฟ้าสว่าง เวลา 3 ทุ่มครึ่ง เรามาถึง อ.อุ้มผาง
อุ้มผาง อำเภอเล็กๆ ได้หลับใหลไปพร้อมสายฝนแห่งราตรีกาล
เผยอเปลือกตาเล็กน้อย รับรู้การมาเยือนของนักเดินทาง
แล้วก็ผล็อยหลับต่อ หลังจากวิเคราะห์หยาบๆ ดูแล้วว่ามิใช่กลุ่มคนที่สลักสำคัญอะไร
.
.
สายฝนรับอรุณ อาหารเช้าแบบฝรั่ง ...ขอกาแฟเพิ่มอีกแก้ว
สัมภาระสำหรับ 1 คืนในป่า ทุกอย่างพร้อมเปียกน้ำ หากไม่พร้อมก็ใส่ถุงป้องกัน
เส้นทางข้างหน้า คือลำน้ำแม่กลอง ต่อด้วยทางลัดจากป่าสู่ถนนเกรดต่ำสุด
ล่องเรือยางครึ่งวัน และเดินอีกครึ่งวัน ...สายฝนโปรยปรายทั้งวัน
.
.
อย่าไปกลัวเวลาที่ฟ้าไม่เป็นใจ อย่าไปคิดว่ามันเป็นวันสุดท้าย...
.
.
“ทีลอซู” คือชื่อเรียกน้ำตกดำ หรือน้ำตกใหญ่ ในภาษากะเหรี่ยง
ผมเคยจดจำความสวยงามจากภาพถ่าย แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ามันต่างจากนั้น
ทีลอซูในอีกหนึ่งบุคลิก ในอารมณ์ที่คงไม่อยากให้ใครเห็น
น้ำตกสีขุ่นซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอก ละอองน้ำ และสายฝน…
.
ลมกรรโชกแรง ละอองน้ำสีขาวพวยพุ่ง ฝนทิ้งตัวลงไปรวมกับสายน้ำเชี่ยวกราก
ทุกคนยืนมองการแสดงในโรงละครหลังใหญ่ ...นี่เป็นการมาเยือนครั้งแรก
ไม่มีใครหยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพ สภาวการณ์ไม่เอื้ออำนวย
ใครสองสามคนพยายามบันทึกภาพน้ำตก แต่ท้ายที่สุดต้องล่าถอย
.

.
น้ำตกดำไม่อยากให้ใครเห็นเขาในสภาพนี้
ผู้มาเยือนบันทึกภาพเท่าที่ทำได้ ก่อนจะเสี่ยงต่อค่าใช้จ่ายในการซ่อมอุปกรณ์
แทบจะเอ่ยสวัสดี และคำร่ำลา ในเวลาเดียวกัน
ทีลอซู ให้การต้อนรับเราอย่างดีที่สุดแล้ว
.
.
น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหาย หากไม่รู้จักเจ็บปวด ก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ
.
คงได้พบกันใหม่
.
ปล. ชมภาพการเดินทางที่ครบถ้วนได้จาก http://7daysago.multiply.com/photos/album/18