2008/Jul/21

ผมเคยแอบให้คำนิยามตัวเองในบางอารมณ์ไว้ว่าเป็นคนสันโดษ

.

ความสันโดษของผมคือการอยู่เงียบๆ คนเดียว ทำนู่น ทำนี่ ตามประสา หรือแม้แต่การไม่ทำอะไรเลย

การได้นั่งใช้ความคิดเงียบๆ คือความสุขใจเป็นที่สุด แม้ความคิดเหล่านั้นจะไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อะไรมากนัก

ความคิดจำนวนไม่น้อย เป็นความคิดที่ยากจะหยิบมาเป็นสาระ

อย่างเช่นว่าม้าน้ำตัวผู้จะคิดอย่างไร กับการเกิดมาเพื่ออุ้มท้องแทนตัวเมีย แล้วเขาจะรู้หรือเปล่าว่าสัตว์ชนิดอื่นล้วนเป็นตัวเมียที่ตั้งท้อง

และอย่างเช่นว่าหากทุกสรรพสิ่งในโลกมีสีผิดเพี้ยน กลับตาลปัตรเป็นสีตรงข้ามกับความเป็นจริงทั้งหมด สายตามนุษย์จะยอมรับสิ่งนั้นได้หรือไม่

ท้องฟ้าเป็นสีส้ม

ใบไม้เป็นสีแดง

ทะเลเป็นสีส้มอมเหลือง

ฯลฯ

และหากใครตกอยู่ในภวังค์แห่งรัก โลกทั้งใบก็จะกลายเป็นสีเขียวอ่อน

...จะแฮปปี้เท่าสีชมพูหรือเปล่านะ?

...บางทีผมอาจจะลองประดิษฐ์แว่นตาที่ทำให้เห็นสีตรงข้ามดูสักอัน เผลอๆ อาจได้รับรางวัลโนเบรน (ไร้สมอง)

.

.

สันโดษ ตามความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ (รวมผมด้วย) คือ การอยู่โดดเดี่ยว ตามลำพัง รักสงบ ห่างไกลความวุ่นวาย

สันโดษ ในทางพุทธศาสนากลับหมายความถึง ความยินดี พอเพียง และพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่

สันโดษ ทั้ง 2 คำ แม้จะมีนัยความหมายแตกต่างกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วสองคำนี้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน

.

คนที่รักสงบ และแยกตัวออกห่างจากสังคม มักเป็นผู้ที่ยินดีในความพอเพียง พอดีของตน ไม่อยากมีอยากได้อะไรที่นอกเหนือความจำเป็น และเกินกำลังความสามารถของตน ...คนพวกนี้จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงสิ่งที่นำมาซึ่งความสุขของชีวิต

พวกสันโดษจึงชอบแยกตัวออกมาจากวงจรแห่งการแก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น ความอิจฉาริษยา อบายมุข และสิ่งยั่วยวน

อุปสรรคที่ทำให้คนไม่สันโดษ ได้แก่  อำนาจ ยศ ตำแหน่ง ทรัพย์สมบัติ กามคุณ5 อาหาร

ใครก็ตามที่ยังตกอยู่ในวังวนของเหตุปัจจัยดังกล่าว จึงยากจะหลีกเลี่ยง หรือหักห้ามใจให้หนีห่างออกจากสิ่งยั่วยวนเหล่านั้น ในสิ่งซึ่งคนมักเข้าใจว่า นี่แหละคือความสุขของชีวิต

.

ผมเคยอ่านเรื่องเล่าจากที่ไหนสักที่ (ซึ่งยากที่คนขี้ลืมอย่างผมจะจำได้)

เป็นเรื่องของเศรษฐี กับชาวนา

มหาเศรษฐีคนหนึ่ง อพยพตัวเองออกจากโลกธุรกิจ ไปใช้ชีวิตอยู่ในท้องทุ่งนา

อาศัยกระท่อมเล็กๆ เลี้ยงหมู หมา วัว ควาย (ช้างกับม้าคงไม่ต้อง เพราะออกจะดูเป็นการใหญ่เกินไป) ทำไร่ทำสวน ปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ ตามประสาของคนที่ประสบความสำเร็จชีวิต และอยากพักผ่อน อยู่กับธรรมชาติในช่วงบั้นปลาย

วันหนึ่งเศรษฐีได้รับคำถามจากชาวนาที่อาศัยอยู่ข้างบ้าน

"ทำไมอภิมหาโคตรเศรษฐีอย่างท่าน ถึงยอมละทิ้งความหรูหรามาใช้ชีวิตอยู่ในชนบท และห่างไกลความสะดวกสบายอย่างนี้?"

เศรษฐีใช้เวลาจัดเรียงคำตอบในสมองประมาณ 2 วินาที แล้วตอบกับชาวนาว่า

"ผมเบื่อหน่ายความวุ่นวายในเมือง ผมมีทั้งชื่อเสียงและเงินทอง แต่ชีวิตกลับไม่มีความสุขเลย ผมลำบากทำงานมาทั้งชีวิต เพื่อวันหนึ่งผมจะเอาเงินสักก้อนมาซื้อที่ดินในชนบท และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สไตล์ชาวนาชาวสวน และวันนี้ผมได้รับในสิ่งนั้นแล้ว"

ความสุขที่โคตรเศรษฐีเพรียกหามาทั้งชีวิต กลับเป็นวิถีเดียวกับที่ชาวนาดำเนินมาตลอดทั้งชีวิต

อ่านเรื่องนี้แล้ว หากใครจะมีข้อคิดเห็นแตกต่างกันไปอย่างไร ก็เป็นเหตุผลของแต่ละคน ซึ่งชาวนาและเศรษฐีก็มีเหตุผลของตัวเองเช่นกัน

.

.

สังคมทุนนิยมไม่ได้เลวร้ายมากมายอะไรนัก แต่กลับเป็นความอ่อนแอในจิตใจของผู้คนที่ไม่เคยหลุดจากการถูกครอบงำต่างหาก

คนในสังคมเมืองถูกจับลงไปวางในลู่วิ่ง แล้วเผลอออกวิ่งหลังได้ยินเสียงปืน พวกเขา (รวมทั้งผม) ต่างแข่งขันกันโดยไม่รู้ตัว บางทีก็ไม่เห็นเส้นชัย

...ได้แต่วิ่งกันไปอย่างนั้น แล้วต่างก็เหนื่อยกันไปอย่างนั้น

...มีเพียง 3 คน จากทั้งหมด 8 ลู่วิ่งที่จะได้ขึ้นแท่นรับรางวัล ส่วนอีก 5 คน กลับบ้านมือเปล่า ได้รับคำปลอบใจ พร้อมหยาดเหงื่อ และคราบน้ำตาเต็มกระเป๋า

.

ความสันโดษ จะไม่ถูกจับลงลู่วิ่ง

แต่คนสันโดษก็เป็นนักวิ่งเหมือนกัน เพียงแต่เขาวิ่งในสนามของตัวเอง ภายใต้เงื่อนไขของตัวเองเป็นหลัก ไม่มีเงื่อนไขเวลา ไม่มีแรงกดดัน

...เช่นม้าป่าที่โลดแล่นอย่างอิสระในทุ่งหญ้าไพศาล ไม่ยอมให้ใครใส่บังเหียนง่ายๆ ผมไม่เข้าใจชีวิตม้ามากนัก แต่หากได้ลองเป็นม้าป่า ผมคงจะวิ่งอย่างนั้นไปทั้งชีวิต กินหญ้ากินน้ำ แล้วก็วิ่งไปรอบโลก

แต่การเดินทางรอบโลก จำเป็นต้องมีเรือ ม้าป่าสร้างเรือเองไม่ได้ การวิ่งรอบโลกจึงเป็นความคิดที่ล้มเหลว เอาแค่สักหนึ่งทวีปก็ไม่แน่ใจว่าจะวิ่งได้ทั่ว

...นี่ขนาดเป็นม้าป่ารักอิสระยังมาคิดปวดหัวกับพื้นที่การวิ่งอีกจนได้

.

.

ผมน่าจะลองใช้เวลาคิดค้นเกือกม้าวิเศษ ที่พอสัมผัสพื้นน้ำปุ๊บ น้ำก็จะแปรสภาพเป็นน้ำแข็งในทันที เพื่อตอบสนองความต้องการของม้าป่าที่อยากจะวิ่งรอบโลก

...งืม ไม่เลว ไม่เลว

...เผลอๆ  ผลงานชิ้นนี้อาจจะส่งให้ผมขึ้นไปรับรางวัล "โนเบรน" อีกหนึ่งสาขาก็เป็นได้

.

.

.

ขอบคุณหนังสือธรรมะ ขนาดเท่าฝ่ามือ

"สันโดษ...เคล็ดลับของความสุข" โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชอบความหมายคำว่า "สันโดษ" จังเลยค่ะ..

อืม..เกือกม้าวิเศษอาจต้องใช้เวลาคิดค้นนานไปหรือเปล่า??

หาเพื่อนร่วมเดินทางที่มีเรือดีมั้ย??..
big smile big smile
#1  by  1411 At 2008-07-22 13:47, 
เราว่าเราก็รักสันโดษ...
(สังสรรค์ + โดดเรียนsad smile)..
ไม่ค่อยยุ่งกะใคร...
ชอบคิดนู่นนี่นั่น..เพ้อเจ้ออยู่คนเดียว..
สงสัยจะได้รางวัลโนเบรน..สำหรับฝ่ายหญิง..

หนังสือเล่มนี้เราก็เคยอ่านนะ..ชอบมากมาย..
อ่านแล้วรู้สึกพอ...

ป.ล.ไม่ต้องใช้เกือกม้าก็ได้..
เจ้าหญิงน้ำแข็งจะทำให้น้ำเป็นน้ำแข็งเอง..

(เหอเหอ..เชื่อยัง..ว่าโนเบรนจริงๆ..confused smile)
#2  by  เจ้าหญิงน้ำแข็ง At 2008-07-22 14:18, 
ความคิดของคุณเจ้าของบล้อกนี่
โลดแล่นไปได้ทุกที่ จริงๆ เลย surprised smile
ไม่สันโดษ...
แต่อยู่คนเดียว ทำอะไรคนเดียว สบายใจกว่า
รางวัล"โนเบรน"นี่ ไม่มีเบรน ก็คิดไม่ได้นาsad smile
#4  by  pretty_little_things At 2008-07-22 14:24, 
เราหลงความสันโดษเป็นพักพักแฮะ
แล้วแต่ภาวะทางอารมณ์ big smile
#5  by  น้ำเงินเจือขาว At 2008-07-22 16:00, 
ถ้าคนที่เข้าใจความหมาย "สันโดษ" ก็เป็นสิ่งที่ดี
แต่มีหลายครั้ง ที่คนเราเอามาปนมั่วกับ "ความหยิ่ง" ไม่ก็ "การไม่สนใจใส่ใจสิ่งรอบข้าง"

เฮ้อ...


ปล. อัพเอนทรี่เดียวแต่กวาดโนเบรนไป 2 เลยนะคะ big smile
#6  by  maebin At 2008-07-22 16:29, 
ชอบจัง อ่านแล้วรู้สึกดี จะเอาอะไรมากกับชีวิตจิงไหมbig smile
#7  by  หิมะ~หิมะ At 2008-07-22 18:47, 
สาระมาเชียวววว
หนีไปหาสันโดษมั่งดีก่า big smile
#8  by  Backpack Girl At 2008-07-22 18:48, 
มาตอบอีกที
พอดีเมื่อกี๊อ่านก่อนเข้าไปบลอคของตัวเอง

สบายดีจ๊ะ เปลี่ยนงานใหม่
จากตำแหน่งบนนามบัตรว่า "writer" มาเป็น "Creative Copy Writer" ประจำเอเจนซี่แห่งหนึ่ง

แต่ยังเขียนอยู่นะ ไม่เคยคิดจะเลิกเขียนเลย เขียนให้เล่มโน้นเล่มนี้ ถ้าจำลายเซนต์การเขียนของเราได้ ก็น่านะรู้ เพราะเราเล่นเปลี่ยนนามปากกาไปเรื่อย 555

ปล. ยังไม่ได้ที่อยู่ของคุณในการจัดส่งโปสการ์ดเลยนะ ให้ไว ให้ไว big smile

ปล. อีกที แปลกดี วันก่อนเพิ่งหยิบโปสการ์ดจากปายที่คุณเขียนมาให้ขึ้นมาอ่านเอง
#9  by  Backpack Girl At 2008-07-22 18:53, 
เขียนได้น่าสนใจ

บางครั้งผมก็ชอบ การปลีกวิเวก แต่ก็ตัดอะไร

ได้ไม่มากนัก big smile
#10  by  tiew@fine At 2008-07-22 19:07, 
จากที่เม้นท์บล็อกผมนะครับ

"-การทำให้เข้าใจ

ดีกว่า

การหักล้าง"

บางทีเพราะโดนหักหลังมา

ก็เลยยากที่จะเข้าใจ
#11  by  redtear At 2008-07-22 19:10, 
เราไม่รู้จะเม้นท์อะไร เพราะเราสันโดษ
#12  by  hasana At 2008-07-22 21:21, 
อืมม์ อยากกลับบ้านนอกจังเลย อ่านแล้วก็big smile
#13  by  คนึงนิจ At 2008-07-23 09:15, 
ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนรัก"สันโดษ" เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนนี้ บางครั้ง ฉันก็ถูกความคิดของคนอื่นเข้าครอบงำ หรือบางครั้ง ก็ใส่ใจกับความคิดของคนอื่นมากเกินไป

ทำให้ไม่ว่าใครทำอะไร ฉันก็ต้องวิ่ง ต้องเต้นตามเขาไปหมด ทั้งที่ไม่ไ้้ด้อยากจะทำ เขาแก่งแย่งกัน ฉันก็ต้องไปช่วยเขาแก่งแย่ง ทั้งที่ฉันเกลียดการแข่งขันแบบนี้ที่สุด...

หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เพราะฉันคิดมาก "ช่างแม่ง" มันซะบ้าง ก็ไม่ต้องไปวิ่งตามคนอื่นให้เหนื่อยแล้ว แต่ฉันเองก็ไม่ประสบความสำเร็จกับหลักสูตรการ"ช่างแม่ง" เท่าที่ควรนัก

จนกระทั่งได้ไปอ่านหนังสือเล่มนึง และแค่ประโยคสั้นๆ ก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้รู้เคล็ดลับชั้นครูในการ "ช่างแม่ง"

"ถล้า ที่จะก้าวออกมาจากสังคมที่ไม่เอื้อต่อการค้นหาตัวเอง"

และ

"กล้า ที่จะปฏิเสธ สิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ โดยที่ไม่มีคำว่า ขอโทษ"

ก็แค่นั้นเองค่ะ....

ปล. มุข "ภาษาใจ" นี่เล่นเอาฉันแทบหงายหลังเลยนะ question
#14  by  Apostrophe_six: Romantic บริโภค At 2008-07-23 09:52, 
ไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่ารักสันโดษมั้ย
อยู่อพาร์ทเม้นคนเดียว ไปไหนคนเดียว ทานข้าว ซื้อของ ดูหนัง ไม่ชอบไปไหนที่ผู้คนวุ่นวาย
ชอบอยู่คนเดียวทำอะไรคนเดียวมากกว่า

big smile
#15  by  *~kirmkan~* At 2008-07-23 11:13, 
อืมม อิจฉามหาเศรษฐีในเรื่องเล่าคนนั้นจังครับ :D

ในโลกแห่งความเป็นจริง จะมีใครเป็นแบบนั้นบ้างมั๊ย ..

จริงๆน่าจะลองแลกกันดูนะ เศรษฐีคนนั้น กับ ชาวนาคนนั้น
#16  by  soundsyndrome At 2008-07-23 12:21, 
หนังสือที่ว่า ไม่รู้หยิบมาจากตู้บริจาคบนสถานีรถไฟฟ้าเดียวกันรึป่าวนะคะbig smile

ขอแอบซึ้งหน่อยนะ คือ...อยากจะบอกตั้งนานแล้วว่า
"คิดถึงจัง"
#17  by  DreamCatcher At 2008-07-23 21:27, 
เป็นคนสันโดษ ก็เป็นไป แต่อย่าเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงก็แล้วกันเพราะคนภายนอกจะไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึง sad smile
#18  by  guning(หิ่งห้อย) At 2008-07-24 13:35, 
สันโดษบางเวลา
#19  by  แมงปอ At 2008-07-24 17:11, 
หายไปนาน
สบายดีมั๊ยคะ big smile
#20  by  moodee At 2008-07-28 23:29, 
แปลกดีแฮะ สำนวนความคิด ชอบครับ แหวกแนวดีง่ะ เอิ๊กๆ
#21  by  iAmp At 2008-07-29 13:26, 
ความคิดคุณสวยออกนะครับ ไม่ต้องรอรางวัลก็มีคุณค่าในตัวเอง


แวะมาทักทายครับbig smile
#22  by  redtear At 2008-07-31 19:03, 
ม้าน้ำตัวผู้...คงไม่รู้หรอก
แต่ถึงมันรู้ มันก็น่าจะภูมิใจนะ
เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่า \"น่ารักจัง\"

ดีใจที่เขียนบลอคอีกนะคะ หายไป(เกือบจะ)นาน
ยังดี ที่มาพร้อมแก๊ก รางวัลโนเบรน ชอบจิงๆ
#23  by  อิง-อิง (58.147.39.165) At 2008-08-07 23:51, 

<< Home