...ผมทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งยาว
ผู้คนเป็นร้อยพันเดินผ่านผมไปโดยไม่มีใครคิดสนใจ
ในบริเวณที่ทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนที่กันขวักไขว่
ผมเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่หยุดอยู่กับที่
เข็มนาฬิกาหมุนวน รอบแล้ว รอบเล่า...
.
.
ผมไม่เคยชอบที่จะอยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่าน
แต่ตอนนี้ไม่มีแรงที่จะก้าวขา
เป็นอีกวันที่ผมไปไม่ถึงในที่ที่ตั้งใจจะไป
เหมือนเรือที่ฝืนจะออกจากท่า ทั้งที่รู้ตัวว่ามีน้ำมันแค่ติดก้นถัง
.
ไม่มีไต้ก๋งเรือคนไหนที่ทำหน้าที่ได้บกพร่องขนาดนี้
และผมคงเป็นไต้ก๋งเรือคนนั้นที่ไม่ได้ต้องการจะออกหาปลา
ไม่สนใจแม้แต่จะเหลียวตามองฝูงปลาทูที่เต้นระบำยั่วยุข้างกราบเรือ
ไม่สนใจแม้แต่คลื่นยักษ์ หรือปีศาจร้ายกลางทะเล
...ไต้ก๋งเรือนอนราบแหงนหน้ามองฟ้า
...หยดน้ำตาไหลออกทางหางตาเพื่อให้เขาได้มองดาวโดยไม่พร่ามัว
.
.
ผมออกมาตามหาใครคนหนึ่ง
โดยที่ไม่รู้ว่าจะไปตามหาที่ไหน
ไม่รู้ว่าจะเจอกับใครคนนั้นในบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่านอย่างนี้หรือไม่
เป็นครั้งแรกที่ผมตั้งใจจะอยู่ในสถานที่แออัด
...ภาวนาว่าหนึ่งในนั้นอาจจะมีคนที่ผมกำลังตามหา
.
ผมออกมาตามหาใครคนหนึ่ง
ไม่ได้เป็นการตามหาเพื่อเรียกร้องให้คืนวันเก่าๆ หวนคืนมา
ผมเข้าใจอะไรต่างๆ ได้ดีเสมอ
และก็รู้ว่าสิ่งที่สามารถหวนกลับมาที่เดิมมีเพียงสายลมเท่านั้น
ผมพยายามเข้าใจแม้แต่เรื่องที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนเกินที่จะตั้งตัว
...พยายามเข้าใจ ทั้งที่มีเครื่องหมายคำถามอยู่เต็มหัว
.
ผู้คนเริ่มบางตา แต่ก็ไม่ขาดสายแม้เวลาจะเลย 4 ทุ่มไปแล้ว
พ๊อคเก็ตบุ๊คถูกเปิดผ่านไปหน้าแล้วหน้าเล่า
"ไม่ไกลกันเกินปาย" เป็นชื่อหนังสือที่ผมซื้อมาเพื่ออ่านฆ่าเวลา
ในตอนนี้ถ้าหนังสือชื่อ "ไกลกันเกินปาย" คงเป็นชื่อที่เหมาะกว่า
ไกลแค่ไหน ข่าวร้ายก็เดินทางได้เร็วเสมอ
...วันที่กลับจากปาย เป็นวันที่ผมได้รู้ว่าไม่มีเธออยู่ตรงนี้แล้ว
.
.
ความวุ่นวาย และเสียงเซ็งแซ่เริ่มจางหาย ผมมองเห็นแต่ภาพเบลอๆ
แสงไฟสลัวเกินไป หรือเพราะมีหมอกควันทำให้มองไม่ชัด
รู้ตัวเมื่อมีหยดน้ำ แหมะลงบนหน้ากระดาษ
เมฆฝนในดวงตาก่อตัวขึ้นตั้งแต่ตอนไหน?
.
ผมปิดหนังสือลง ใช้มือขวาคลำตรงกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย
ของฝากในถุงกระดาษใบเล็กยังคงอยู่ดี
แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีโอกาสไปถึงมือผู้รับเสียแล้ว
แนบมือไว้นานจนรู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจ ...นึกว่าหัวใจมันหายไปแล้วเสียอีก
ผมลุกขึ้นจากม้านั่งด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายของวัน
เธอคงไม่ผ่านมาทางนี้ หรือบางทีเธออาจจะผ่านไปแล้ว ก่อนที่ผมจะมาถึง
.
.
...ความเชื่องช้าของผมได้รับการลงโทษแล้ว
ผู้คนเป็นร้อยพันเดินผ่านผมไปโดยไม่มีใครคิดสนใจ
ในบริเวณที่ทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนที่กันขวักไขว่
ผมเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่หยุดอยู่กับที่
เข็มนาฬิกาหมุนวน รอบแล้ว รอบเล่า...
.
.
ผมไม่เคยชอบที่จะอยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่าน
แต่ตอนนี้ไม่มีแรงที่จะก้าวขา
เป็นอีกวันที่ผมไปไม่ถึงในที่ที่ตั้งใจจะไป
เหมือนเรือที่ฝืนจะออกจากท่า ทั้งที่รู้ตัวว่ามีน้ำมันแค่ติดก้นถัง
.
ไม่มีไต้ก๋งเรือคนไหนที่ทำหน้าที่ได้บกพร่องขนาดนี้
และผมคงเป็นไต้ก๋งเรือคนนั้นที่ไม่ได้ต้องการจะออกหาปลา
ไม่สนใจแม้แต่จะเหลียวตามองฝูงปลาทูที่เต้นระบำยั่วยุข้างกราบเรือ
ไม่สนใจแม้แต่คลื่นยักษ์ หรือปีศาจร้ายกลางทะเล
...ไต้ก๋งเรือนอนราบแหงนหน้ามองฟ้า
...หยดน้ำตาไหลออกทางหางตาเพื่อให้เขาได้มองดาวโดยไม่พร่ามัว
.
.
ผมออกมาตามหาใครคนหนึ่ง
โดยที่ไม่รู้ว่าจะไปตามหาที่ไหน
ไม่รู้ว่าจะเจอกับใครคนนั้นในบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่านอย่างนี้หรือไม่
เป็นครั้งแรกที่ผมตั้งใจจะอยู่ในสถานที่แออัด
...ภาวนาว่าหนึ่งในนั้นอาจจะมีคนที่ผมกำลังตามหา
.
ผมออกมาตามหาใครคนหนึ่ง
ไม่ได้เป็นการตามหาเพื่อเรียกร้องให้คืนวันเก่าๆ หวนคืนมา
ผมเข้าใจอะไรต่างๆ ได้ดีเสมอ
และก็รู้ว่าสิ่งที่สามารถหวนกลับมาที่เดิมมีเพียงสายลมเท่านั้น
ผมพยายามเข้าใจแม้แต่เรื่องที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนเกินที่จะตั้งตัว
...พยายามเข้าใจ ทั้งที่มีเครื่องหมายคำถามอยู่เต็มหัว
.
ผู้คนเริ่มบางตา แต่ก็ไม่ขาดสายแม้เวลาจะเลย 4 ทุ่มไปแล้ว
พ๊อคเก็ตบุ๊คถูกเปิดผ่านไปหน้าแล้วหน้าเล่า
"ไม่ไกลกันเกินปาย" เป็นชื่อหนังสือที่ผมซื้อมาเพื่ออ่านฆ่าเวลา
ในตอนนี้ถ้าหนังสือชื่อ "ไกลกันเกินปาย" คงเป็นชื่อที่เหมาะกว่า
ไกลแค่ไหน ข่าวร้ายก็เดินทางได้เร็วเสมอ
...วันที่กลับจากปาย เป็นวันที่ผมได้รู้ว่าไม่มีเธออยู่ตรงนี้แล้ว
.
.
ความวุ่นวาย และเสียงเซ็งแซ่เริ่มจางหาย ผมมองเห็นแต่ภาพเบลอๆ
แสงไฟสลัวเกินไป หรือเพราะมีหมอกควันทำให้มองไม่ชัด
รู้ตัวเมื่อมีหยดน้ำ แหมะลงบนหน้ากระดาษ
เมฆฝนในดวงตาก่อตัวขึ้นตั้งแต่ตอนไหน?
.
ผมปิดหนังสือลง ใช้มือขวาคลำตรงกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย
ของฝากในถุงกระดาษใบเล็กยังคงอยู่ดี
แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีโอกาสไปถึงมือผู้รับเสียแล้ว
แนบมือไว้นานจนรู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจ ...นึกว่าหัวใจมันหายไปแล้วเสียอีก
ผมลุกขึ้นจากม้านั่งด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายของวัน
เธอคงไม่ผ่านมาทางนี้ หรือบางทีเธออาจจะผ่านไปแล้ว ก่อนที่ผมจะมาถึง
.
.
...ความเชื่องช้าของผมได้รับการลงโทษแล้ว
edit @ 11 May 2008 17:08:41 by 7 days ago