1
ใบไม้แห้งปลิดตัวเองจากกิ่งร่วงหมุนเคว้งลงพื้น
ลอยเคว้ง...แต่ไม่เหงาเคว้ง เพราะเพื่อนใบไม้ต่างพร้อมใจกันผลัดใบ
ลมหนาวโชยวูบมาอย่างต่อเนื่อง
ฉันก้าวเดินไปตามถนนอิฐบล๊อคเคลือบตะใคร่น้ำ
ลมวูบนั้นทำให้ฉันดูคล้ายวีรบุรุษที่มีสาวงามโปรยกลีบดอกไม้ต้อนรับ
.
.
เสียงไอค็อกแค็กๆ ดังไปตามฝีก้าว
ไม่ต่างกับเสียงท๊อกแท๊กๆ ของรถอีแต๋นบนคันนา
ฉันเดินเหยียบเงาตัวไปบนสนามหญ้าสีเขียว
ใบไม้แห้งสีน้ำตาลปลิดปลิวนอนเกลื่อนอยู่รายรอบ
.
.
2
ดอกหญ้าสีขาวลอยฟุ้งต้องแสงแดด
หน้าหนาวของเมืองไทยแม้ไม่มีหิมะ แต่ก็คลับคล้าย
ดอกหญ้าถูกพรากจากก้านชูอับละอองเรณู
ปุยขาวล่องลอยไกลแสนไกล
ตกลงมาติดที่ผมของฉันสองปุย ฉันปัดออก และปุยใหม่ก็มาแทนที่
.
.
ปกติฉันเป็นคนเดินเร็ว
แต่วันนี้เดินได้ไม่เร็วนัก เดินพลางตัวสะดุ้งงอ เหมือนคนชักกระตุก
สาเหตุที่รถอีแต๋นวิ่งได้ช้า คงเพราะมัวแต่เครื่องกระตุกท๊อกแท๊กๆ
ฉันคงเป็นคนอีแต๋นที่คอกระตุกค๊อกแค๊กๆ
ท๊อกแท๊กๆๆ ค๊อกแค๊กๆๆ
.
.
3
ต้นไม้เหลือแต่ลำต้นและกิ่งก้านดูบอบบางและไม่แข็งแรงเอาเสียเลย
ต้นหญ้าเมื่อไม่มีดอกเป็นช่อสีขาวฟูฟอง ก็ดูมีค่าเท่ากับคำว่า "วัชพืช"
อาการของฉันก็ยังไม่สู้ดี เพราะโรคหวัดเล่นงานมาสามสัปดาห์ต่อเนื่อง
ฉันเดินผ่านต้นไม้ใบร่วง และต้นหญ้าไร้ค่า
มีเสียงค๊อกแค๊กๆ ควบคู่ไปกับจังหวะก้าวขา...
.
.
ฉันเห็นตัวเองมีสภาพอ่อนแอเช่นเดียวกับต้นไม้ไร้ใบ
และบางครั้งก็จะเห็นว่าตัวไร้ค่าเหมือนวัชพืช
...แค่บางครั้งเท่านั้นที่ฉันคิด
.
.
ความสำคัญของต้นไม้ไร้ใบ ไม่ได้อยู่ที่วันนี้จะมีร่มเงาให้หรือไม่
เพราะนั่นเป็นความคาดหวังจากคนอื่น
หากแต่ความเป็นตัวตนของต้นไม้ กลับอยู่ในรากที่หยั่งลึกนั่นต่างหาก
ฉันรู้ว่าต้นไม้ก็อาจจะเห็นว่าตัวเองไร้ค่าในยามที่ไร้ใบ
แต่เมื่อไรที่ฤดูเปลี่ยน จิตวิญญาณจากรากลึกก็จะกลับมาอีกครั้ง
.
ต้นหญ้าแม้เป็นแค่วัชพืช แต่กลับเอาตัวรอดได้เก่ง
แม้ต้นหญ้าไร้ดอกจะถูกเหยียบย่ำให้เหี้ยนเตียน
แต่ปุยดอกที่ล่องลอยได้รับมอบหมายหน้าที่ของมันแล้ว
วันข้างหน้าพวกมันจะมีดอกฟองฟูเป็นพู่ประดับสองข้างทางอีกครั้ง
.
.
และ
...ชีวิตของคนเราก็เป็นเช่นนั้น ...ในช่วงฤดูโรย
edit @ 13 Nov 2007 11:19:16 by 7 days ago
edit @ 5 Dec 2007 21:16:48 by 7 days ago