2007/Aug/16

(1) แรงจูงใจของคนเร่ร่อน

 

ทหารรักษาการณ์กระชับกระบอกปืนให้กระชับมือ หลังจากที่ชายแปลกหน้ากับเป้ 1 ใบบนหลังของเขาเคลื่อนที่เขามาใกล้

ผมโยนพฤติกรรมที่นิ่งขรึมจนดูลึกลับของตัวเองออกไปให้ห่างจากตัวประมาณ 5 เมตร
เพื่อพยายามแสดงตัวให้ทหารเห็นว่าเป็นแค่ผู้ประสงค์จะเดินทางแสนสามัญธรรมดาทั่วไป
ผมรู้สึกอุ่นใจที่ทางการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน
แม้ว่าปลายยอดสุดของวัตถุประสงค์นั้นจะมีความหมายเป็นอย่างอื่น(หรือไม่?)ก็ตามที
.

.
สถานีรถไฟดอนเมือง 22.30 น. / 14 สิงหาคม

ผมนั่งรอรถไฟเที่ยวสุดท้ายของวันอย่างแสนเบื่อหน่าย
ย่านดอนเมืองที่เคยคึกคัก ดูเงียบเชียบอย่างกับเมืองร้าง อาจจะคล้ายกับเมืองผีดิบในหนังสยองขวัญ
สรรพสิ่งคล้ายจะหยุดนิ่ง ไม่มีสิ่งใดไหวติง แม้แต่ทหารรรักษาการณ์นายนั้น
ตัวผมเองก็ถูกดูดกลืนไปกับสภาพแวดล้อมอันน่ารังเกียจนั้น
มีเพียงแต่หน้าอกที่กำลังกระเพื่อม พอให้อุ่นใจได้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่
เช่นเดียวกับที่อุ่นใจเมื่อเห็นแสงแลบที่ปลายฟ้า...เวลาไม่ได้หยุดนิ่งอย่างที่ผมคิด
.
.
อีก 15 นาทีเที่ยงคืน

A 4417-30188 คือหมายเลขตั๋วโดยสารของผม
เลข 4 และเลข 8 มักเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตผมอยู่เสมอ ...อย่างน่าสงสัย
แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่ผมจะสืบเสาะหาความหมายของตัวเลขนั้น
ถ้าไม่มีใครขัดข้อง ผมก็จะยกไว้ให้มันเป็นเลขนำโชคของผม (ก็แล้วกัน)
.
รถไฟเข้าเทียบที่ชานชาลาที่ 1 เสียงห้ามล้อดัง ครืดด ครืดด
ผมกระชับเป้ไว้แนบแผ่นหลัง มือข้างขวากระชากราวเหล็กดึงน้ำหนักตัวผ่านประตูทางเข้าที่คับแคบท้ายโบกี้ที่ 4
ผมเคยผ่านประตูแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ร่างกายผมขยายใหญ่ขึ้นตามวันเวลา...แต่ความกว้างของประตูยังเท่าเดิม
ผมเดินไปตามทางเดินกลางโบกี้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นยักษ์ตนหนึ่งที่พยายามมุดตัวผ่านรูเข็ม
สายตาควานหาที่นั่งหมายเลข 18 ตามที่ตั๋วระบุไว้
.
.
เพื่อนร่วมทาง

เจอที่นั่งของผมแล้ว!!
ชายนิรนามที่จับจองพื้นที่นั้นก่อนหน้า รีบลุกกลับไปนั่งยังที่ของตนเองใกล้กับภรรยาและลูกสาว
"ขอบคุณที่จองไว้ให้" ผมพูดในใจ เหวี่ยงเป้ขึ้นไปวางบนซี่กรงวัสดุคล้ายอลูมิเนียมเหนือแถวที่นั่ง
เกือบทุกครั้งในการเดินทาง ผู้โดยสารที่นั่งข้างผมมักจะเป็นหญิงชรา หรือไม่ก็ชายหน้าโหด
เป็นข้อสันนิษฐานที่ถูกต้องอีกครั้ง ...เพื่อนร่วมเบาะของผมนั่งนิ่งเป็นอนุเสาวรีย์ริมหน้าต่าง
เขาได้รับคำนิยามว่าเป็นชายผิวดำ(กว่าของผม) ร่างสันทัด กำยำ ท่อนแขนมหึมาพอที่จะหักคอกระทิงได้
เราสบตากันขณะที่ผมหย่อนก้น แววตาเขาอ่อนโยน ดูใจดีกว่าที่คิด แต่แววตานั้นก็พร้อมที่จะเปลี่ยนเป็นดุดันยามต้องหักคอกระทิง
อายุเขาน่าจะราวปลายห้าสิบ ภรรยาของเขาที่นั่งเบาะตรงข้าม* ก็คงวัยไล่เลี่ยกัน
ข้างหญิงสูงวัย เป็นเด็กชายสามขวบ(หรือใกล้เคียง) นอนหลับสบายในท่าอึ่งอ่างไชโย
กำลังฝันหวานถึงสวนสนุก หรือจะฝันร้ายว่าตกจากที่สูง ส่วนนั้นผมไม่สามารถรู้ได้

ทั้งโบกี้เหลือที่ว่างไม่เกินสิบห้าที่ และอีกไม่เกินห้าสถานีข้างหน้าก็คงจะเต็ม
ผมเปิดฝาขวดน้ำดื่มราคาสิบบาท ยกขึ้นดื่ม 1 อึก เพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย
A Wild Sheep Chase ของฮารูกิ มุราคามิ ถูกเปิดอีกครั้ง ผมอ่านต่อในหน้า 118 ที่ค้างอยู่
(* ที่นั่งของรถไฟชั้น 3 จะเป็นเบาะ 2 ตัวหันหน้าเข้าหากัน)
.
.
จุดเริ่มต้น

หลายครั้งที่การเดินทางของผมไม่ได้เริ่มจากแผนการ
มันเริ่มจากความรู้สึกอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
มันจูงใจให้ผมแพ็คกระเป๋า เดินออกจากบ้าน แล้วกระโดดขึ้นรถ
มันเป็นความรู้สึก ที่คล้ายเสียงตะโกนมาจากความมืดมิดอันแสนไกล
มีเพียงสองวลีเท่าที่ผมจับใจความได้
(((( ได้เวลาแล้ว )))) และ (((( ยังไม่ใช่ตอนนี้ ))))

ไร้เหตุผลสิ้นดี! ทำไมผมต้องเชื่อฟังคำสั่งมันด้วยนะ
แม้จะคัดค้าน แต่ก็คล้อยตาม ผมควักเงินแลกกับตั๋วราคาถูกที่สุด
ผมเลือกสถานีปลายทางเหมือนการหลับตาแล้วสุ่มเลือก
แต่โดยลึกๆ ปลายทางนั้นเหมือนมีใครบางคนกำหนดไว้ให้แล้ว
180 บาท สำหรับระยะทาง 420 กิโลเมตร และเบาะแข็งๆ ให้วางก้นตลอด 8 ชั่วโมง
.
.
คนเร่ร่อน

ปู๊นนนนนนนนนนน!!
เสียงคำรามหวูดจากหัวรถจักรลากพาหนะที่ยาวที่สุดในโลก เคลื่อนออกจากจากเมืองหลวงที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก
ผมรู้สึกเหงาที่สุดในโลกขึ้นมาทันที
ผมรู้สึกอย่างนี้ทุกครั้งที่ล้อเริ่มหมุน บางครั้งก็ชอบ แต่บางครั้งก็เกลียดเข้าไส้

เป้ของผมที่วางบนชั้นเหนือศีรษะ ขนาดเท่าลูกหมูหนักแปดกิโลกรัม
ขนาดที่คนทั่วไปมองว่าเจ้าของคงไปทำธุระที่ไหนสักห้าวัน
ในนั้นมี เสื้อยืด 1 ตัว, กางเกงขาสั้น 1 ตัว, กางเกงใน 2 ตัว, หนังสือ 2 เล่ม, สมุดบันทึก 1 เล่ม พร้อมปากกา ดินสอ, กล้องถ่ายรูป และเสื้อแจ็คเก๊ต
ผมด่าตัวเองเรื่องเสื้อแจ็คเก๊ต มันกินเนื้อที่ไปตั้งครึ่ง ยังดีที่มีที่พอสำหรับคัทเตอร์และพาราเซตามอล

ในหน้า 119 ของ A Wild Sheep Chase พูดถึงคนที่ใช้ชีวิตร่อนเร่
บังเอิญที่ตรงกับคำถามที่ผมถามกับตัวเองพอดี

"...การใช้ชีวิตร่อนเร่ต้องมีองค์ประกอบอย่างหนึ่งอย่างใดในสามประการนี้คือ
ศรัทธาในศาสนา
ความงมงายเชิงศิลปะ
หรือ ความเพี้ยนทางจิต..."
.
.
ผมคิดตาม และประมวลดูว่าตัวเองจัดเป็นคนแบบไหนกันแน่
ทำไมผมจึงออกมาเดินทางร่อนเร่?
ในที่สุดผมก็ได้คำตอบ!!

เอ...ทำไมผมถึงเป็นคนแบบนั้นไปเสียได้นะ????

edit @ 5 Dec 2007 21:22:14 by 7 days ago

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ต๊ายไอ้คนเพี้ยนทางจิตจรจัด
#1  by  Backpack Girl At 2007-08-16 20:57, 
โช๊ะ คำตอบที่ออกมา

ทั้งสามอย่างรวมกันเป็นตัวคุณ
#2  by  นางสาวความสุข At 2007-08-16 21:03, 
อ่านจบแย้ว 420 กม.ไป ที่ไหนหว่า?
แต่ เหตุผลเดินทางในหนังสือนั่น
2 ข้อแรก มันไม่น่าเข้าข่าย
#3  by  (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* At 2007-08-16 21:04, 
ให้เดาเล่น ๆ หนักหน่อยก็ข้อ 3 ละ 555 หนักขึ้นมาอีกก็ 3 ข้อรวมกันเล๊ย 555

แต่คนเพี้ยนทางจิตมิได้ทำให้ใครเดือดร้อนหร๊อก นอกจากจะหาทางออกของมันเอง เสียงในใจมันเรียกร้องใช่ป่าว?
#4  by  tungmay At 2007-08-16 22:44, 
เพ่ก้องหาวันพักร้อนให้กับตัวเองเหรอ...เลือกได้เหมาะนะ สำหรับวันเลือกตั้ง ใช่ป่ะไม่รุนะ แหะๆ เวลาของคนเมืองนานๆจะหาโอกาสหยุดมั้งเนอะ
การใช้ชีวิตเรร่อนของเพ่ก้องหนูไม่รุนะแต่หนูชอบอันที่ 2 อ่า อิอิ อยากรุจังมีการบ้านไรที่ต้องทำนะเพ่ก้องเนี้ย 555+
ฝันร้ายเลยไม๋อ่ะ ฝันถึงหนูเนี้ย
#5  by  junez (203.209.127.156) At 2007-08-16 23:30, 
ตื้อ ค่ะ ตัน ไปหมดเลย สมอง มิแล่น มาเม้นก่อนนะ เด๋วมาอ่านะ
#6  by  ....l ซ J.... At 2007-08-16 23:46, 
ปุ๊นปู๊นนนนนนนนน

ฉึกฉัก ฉึกฉัก




เป็นคนแบบไหนกันน๊ะ?

..*
#7  by  the ♣ benx At 2007-08-17 01:55, 
เคยนะคะ ที่อยากนั่งรถไปเรื่อยๆ ไปไกลๆ ไปที่ไหนก็ได้ แต่ยังไม่กล้าทำสักที
อย่างน้อยก็ได้เดินทางเพื่อตัวเอง โดยไม่มีธุระใดมาเกี่ยว ขอให้มีความสุขนะคะ
#8  by  แมงปอ At 2007-08-17 06:23, 
อืมมมมมม
จะเข้าข่ายข้อ3รึเปล่านะ ... แต่ช่างปะไร ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่เนอะ ^^

อ่านแล้วก็ชักอยากเป็นคนเร่ร่อนเพื่อให้ชีวิตได้ร่อนเร่บ้างจัง เรื่องที่ต้องเจอในโลกความจริงบางครั้งมันก็วุ่นวายเกินไป - -
#9  by  + MaeBin + At 2007-08-17 07:31, 
เพี้ยนแน่เลยผมว่า
#10  by  นายฉิม At 2007-08-17 08:10, 
นายน่าจะเป็น "ความเพี้ยนทางจิต "
รึเปล่า 5555555555555555+++

แสดงว่างานเริ่มว่างสิเนอะ

ถึงได้เริ่มเร่ร่อน ได้นะ


#11  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2007-08-17 09:21, 
อ่านแล้วเหงาจัง..
#12  by  1411 At 2007-08-17 09:50, 
อาจจะเกิดจากปัจจัยทั้ง 3 อย่างรวมกันนะคะ
#13  by  ♪ isolate At 2007-08-17 11:39, 
แบบไหนคะ?

ได้โปรด อย่าให้อิชั้นเดา! อิอิ
#14  by  FaCeEloN At 2007-08-17 21:02, 
และแล้ว...การผจญภัยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ชีวิตที่ร่อนเร่....

เอ...แล้วตกลงเป็นเพราะเหตุผลข้อไหนกันคะ ไม่กล้าเดา...เพราะกลัวจะถูก แหะๆ
#ตอบทุกความเห็น

นี่ทุกคนเห็นผมเป็นคนเคร่งศาสนาขนาดนั้นเลยหรือ

ช่างน่าปลื้ม
#16  by  7 days ago At 2007-08-18 15:01, 

เป็นใครก็ต้องคิดว่าเป็นข้อสุดท้ายซิ สงสัยเหมือนกันว่าเวลา 8 ชั่วโมงกับ 420 km เนี่ยที่ไหนกันเอ่ย
#17  by  guning(หิ่งห้อย) At 2007-08-20 13:47, 

คนคอมเม้นท์ว่าเป็นแบบข้อ 3 กันเยอะเนอะ
#18  by  moodee At 2007-08-20 23:28, 

<< Home