ต้นไม้นอกหน้าต่าง แกว่งกิ่งก้านใบโบกพลิ้ว คล้ายร่ายรำอย่างสนุกสนาน
เสียงใบไม้ใบหญ้ากระพือพึ่บพั่บ คงเป็นการปรบมือยินดีกับการมาเยือนของเมฆฝน
ลมหวีดหวิวแหวกทะลวงเข้ามาทางช่องขัดแตะของบังกะโลไม้ไผ่สาน
แสงแฟลชวิบวับวูบวาบช่วยทำให้บรรยากาศยามค่ำคืนดูครึ้กครื้นยิ่งขึ้น
.
ไม่นานกระสุนหยดน้ำก็ถูกระดมยิงลงมายังเบื้องล่าง
ฉันได้ยินเสียงโห่ร้องดีใจของเหล่าต้นไม้
ทว่าไม่มีใครได้ยินเสียงพึมพำในใจฉัน
...คืนนี้คงไม่มีโอกาสออกไปเดินเล่นริมชายหาด
.
แม้ชีวิตจะเคยพานพบกับสิ่งที่เหนือความคาดหมายมาบ้าง
แต่ฉันก็ยังไม่สามารถเก็บความแปลกใจไว้ได้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนอกหน้าต่าง
เคยเข้าใจว่ามีแต่มนุษย์ที่ต้องใช้ชีวิตรีบเร่ง ทำงานแข่งกับเวลา
ไม่น่าเชื่อว่าเทวดาก็เป็นไปกับเขาด้วย
.
...พายุมาเยี่ยมชายหาดเพียงสามนาที และตอนนี้พวกเขาได้จากไปแล้ว
เทวดาหอบทั้งเมฆและเม็ดฝนเก็บใส่กระเป๋าโดยไม่ทิ้งให้หลงเหลือไว้แม้หยดเล็กๆ
เหลือเพียงน้ำค้างที่หยดจากปลายใบ ติ๋ง ติ๋ง...
.
เท้าทั้งสองข้างพาฉันออกมาเดินบนหาดทรายหน้ากระท่อมน้อย
สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือความเวิ้งว้างของนภาและมหาสมุทร
สิ่งที่เรียกว่าขอบฟ้าถูกประดับด้วยแสงไฟจากเรือประมงสองสามจุด
เอ...ฉันชักสงสัยแล้วสิ ...ทำไมถึงไม่เรียกว่าขอบทะเล
???
.
หลังสิ้นแสงตะวัน ฟ้ากับทะเลก็ไม่มีอะไรแตกต่าง
เว้นก็แต่ดวงดาวและฟองคลื่น
...มีดาวดาดดื่นบนท้องฟ้า บ้างกระพริบแสง บ้างทอแสงนวล
...ริ้วฟองขาวของทะเลค่อยๆ ม้วนตัวขึ้นมาเกยฝั่งอย่างสำรวม
เสียงดนตรีเบาแผ่วขับกล่อมให้น้ำและฟ้าเคลิบเคลิ้ม
...แม้จะชวนให้ง่วงนอน แต่ฉันก็รู้ว่าทั้งสองจะไม่ยอมหลับใหล
.
.
.
ฉันอยากจะยกเท้าเตะคลื่นสักป้าบ นั่นเพราะแขนฉันไม่ยาวพอที่จะเอื้อมไปสะกิดดวงดาว
ค่ำคืนนี้มีเพียงฉัน ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงอย่างเดียวในรัศมีหนึ่งร้อยเมตร
สิ่งมีชีวิตเริ่มหาวหวอด นึกอยากจะหาวสักสามหวอดในคราวเดียวกันแต่ทำไม่ได้
ฮ้าวว...พอฉันหาว ปลาและดาวจะหาวตามฉันหรือเปล่านะ
???
.
ลมเย็นๆ โชยมาชวนให้นึกถึงเตียงนุ่มๆ
ยังไม่ใช่ตอนนี้...ฉันยกเท้าเพื่อเตะคลื่นเล่นแก้ง่วง
แต่ต้องรีบยั้งจนเอ็นหัวเข่ากระตุก
...ฉันเจออะไรบางอย่าง
.
ดาว!!!
ดาวดวงหนึ่งลอยขึ้นมาเกยตื้น
ดาวมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร? ฉันได้แต่สงสัยเพราะไม่รู้จะถามใคร
ฉันก้มลงเก็บดาวขึ้นมา ...มันเป็นดาวห้าแฉก
ฉันเคยเห็นมันมาก่อนหน้านี้ ...สามดวงตอนประถมหนึ่ง ห้าดวงตอนประถมสี่
รูปร่างมันเหมือนดาวในสมุดการบ้านที่ครูเขียนเป็นคะแนนให้นักเรียน
แต่ฉันมีสติพอที่จะไม่คิดว่ามันมาจากสมุดการบ้านของนักเรียนแถวนี้
.
ฉันพยายามครุ่นคิด หาที่มาของดวงดาว
พยายามคาดเดาหาเหตุผลต่างๆ นานา
...หรือว่าดาวจะตกมาจากท้องฟ้าตอนที่ฝนตก?
ฝนอาจจะทำให้ดาวเปียกชุ่มและอุ้มน้ำไว้มากเกินที่จะลอยตัวอยู่บนฟ้าได้
...หรือว่าดาวจะมาจากทะเล?
ฉันลืมนึกไปว่ามีสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่มีลักษณะอย่างนี้เหมือนกัน
.
ไม่มีใครอยากจะพรากตัวเองไปจากที่ที่เคยอยู่
ดาวดวงนี้ไฉนจึงหนีออกจากบ้านมา ทิ้งให้ตัวเองเดียวดาย
...ฉันแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า
แต่ฉันไม่เก่งวิชาดาราศาสตร์ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามีดาวดวงไหนที่หายไป
...ฉันมองไปที่ขอบฟ้า
แต่ก็จนใจ เพราะฉันไม่แข็งแรงพอที่จะว่ายน้ำออกไปถามชาวประมงว่าเคยเห็นดาวดวงนี้หรือเปล่า
...แล้วฉันจะช่วยให้ดาวดวงนี้กลับบ้านได้อย่างไร?
.
.
.
ฉันเอื้อมมือปิดโคมไฟหัวเตียง
ห้องสีส้มถูกแทนที่ด้วยความมืดมิด
แสงดาวริบหรี่ลอดลงมาทางหลังคามุงจาก
เสียงเกลียวคลื่นม้วนตัวเกยหาดดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
เสียงดนตรียังแว่วมาเอื่อยๆ
ฉันทอดร่างตะแคงตามความยาวของเตียงนอน
ดวงตาจับจ้องไปยังดาวที่วางอยู่ข้างหมอนค่อยๆ หรี่ลง
...พรุ่งนี้
.
.
.
พรุ่งนี้ฉันคงหาคำตอบได้ว่าจะเอาดาวดวงนี้ไปคืน...
...คืนสู่ ฟ้า หรือ ทะเล?
edit @ 5 Dec 2007 21:23:59 by 7 days ago
อาจจะไม่อยากส่งกลับบ้านเลย เพราะอยากจะคว้าดาวอยู่ไม่ใช่เหรอ
อืม.......