2007/Apr/27

ถ้าต้องปฏิบัติภารกิจให้ตรงตามตารางนัดหมาย
เมื่อวานผมคงอยู่ที่นครศรีธรรมราช
ไม่ใช่ไปหาเหรียญองค์พ่อจตุคามฯ หรอก
แต่ไปเป็นสักขีพยานว่าเพื่อนฉันได้สวมชุดเจ้าสาวแล้ว
.
หากันจนเจอไปอีกหนึ่งคู่
ขอสงวนสิทธิ์ความคิดในการมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง ...มิบังควร
ถ้าคุณนาตาลีไม่สะบัดรักผมไป ตั้งแต่วันที่หนุ่มกล้ามใหญ่คนนั้นเข้ามา ป่านนี้คงได้แต่งกันไปแล้ว อิอิ (ทำไปได้เนอะ)
...อย่างเราขอแค่นางงามจักรยานก็หรูแล้ว ฮาาา
.
ในมุมมองของคนที่ยังไม่มีชีวิตคู่ แต่ยังมีชีวิตอยู่
ผมเปรียบชีวิตเหมือนการเดินทาง
เป็นการเดินทางที่มีทิศทาง แต่ไม่เห็นปลายทาง
เปรียบเส้นทาง คือ สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน
เปรียบระยะทาง คือ วันเวลา
หากลองสังเกตนักท่องเที่ยวทางคนอื่น แนวการเดินทางของแต่ละคน จะสะท้อนถึงทัศนคติ และบุคลิกส่วนตัวในการใช้ชีวิตของคนคนนั้นได้จริงๆ
ผมถึงได้เอามาเทียบกันว่ามันช่างคล้ายคลึง
.
เมื่อความรัก เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ความรักจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง
ใช่ว่าจะรังเกียจดอกไม้ หรือสีชมพู แต่สำหรับบางเวลามันก็เปรียบเหมือนขี้หมาหรือยาถ่ายได้เหมือนกันนะ
.
ชีวิตคู่ก็เหมือนรองเท้าสองข้าง
ไปไหนก็ต้องไปด้วยกันตลอดทุกที่ ไม่ว่าจะไปเดินชมสวนดอกไม้ หรือว่าจะเดินเหยียบขี้หมา
ตอนมีความสุขก็สุขด้วยกัน ครั้นรองเท้าข้างหนึ่งบังเอิญเหยียบขี้หมาในสวน (ทุกข์เข้าให้แล้ว)
รองเท้าอีกข้างก็ต้องแบกน้ำหนักตัวที่เขย่ง ดึ๋งๆ พาร้องเท้าข้างที่โชคร้ายไปหาก๊อกน้ำเพื่อล้างให้สะอาด
สะท้อนให้เห็นถึงการพึ่งพาอาศัยกัน เกื้อหนุนจุณเจือกัน ขาดกันไม่ได้
.
.
ในการเดินทางของรองเท้าสองข้าง
บางครั้งก็พาไปถึงจุดหมายปลายทาง
แต่บางครั้งก็มีอีกข้างหายไประหว่างทาง (เพราะหมาคาบไปหรือเปล่าก็มิทราบได้)
รองเท้าหายไป 1 ข้าง ก็เท่ากับว่าหายไปทั้งคู่ (คงไม่คิดเขย่ง ดึ๋ง เป็นกระต่ายขาเดียวใช่ไหม?)
จงอย่าเลินเล่อ ละเลยรองเท้าของตัวเอง

.

.
คุณคงไม่อยากเดินเท้าเปล่าแน่ๆ

edit @ 5 Dec 2007 21:26:32 by 7 days ago

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ้าว ม่ายยัก เอาจตุครามมาฟากบ้าง
เปรียบเทียบได้ถูกตรงดีครับ
ยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังไม่มีคู่

ก้อคงต้องเริ่มศึกษา วิธี ดูแลรองเท้าให้อยู่ครบคู่ ทางภาคทฤษฎีไปก่อน
เมื่อถึง เวลาปฎิบัติ จริงๆ จะได้ ม่ายเก้อเขิน
#1  by  (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* At 2007-04-27 17:26, 
เปรียบเทียบได้ดีมากครับ
ชอบตรงที่บอกว่า
"ครั้นรองเท้าข้างหนึ่งบังเอิญเหยียบขี้หมาในสวน
รองเท้าอีกข้างก็ต้องแบกน้ำหนักตัวที่เขย่ง ดึ๋งๆ
พาร้องเท้าข้างที่โชคร้ายไปหาก๊อกน้ำเพื่อล้างให้สะอาด"
คิดได้งัยเนี่ย
#2  by  Man on the Moon At 2007-04-27 17:39, 
เปนคนที่ยังไม่มีคู่แต่ยังมีชีวิตอยุเหมือนกัน555555555555+
นึกถึงตอนเด็ก ๆ พ่อเคยบอกว่า
ถ้าเอาอุปกรณ์ขัดรองเท้าไปตั้งแถวสถานีรถไฟ (นึกถึงสมัยเก่าหน่อย) แล้วติดป้ายบอกว่า "ขัดรองเท้าข้างละ 5 บาท" เราจะได้เงินมากกว่า 5 บาทเสมอ(เพราะไม่มีใครลืมขัดรองเท้าข้างเดียว)

ฝั่งฟ้าเองก็เลยคิดว่า "รองเท้า" นี่แหละค่ะ ที่เปรียบเสมือนคู่ชีวิตที่แท้จริง เพราะไม่ว่าข้างหนึ่งจะทำอะไร... อีกข้างหนึ่งก็จะไม่เคยถูกลืม... ไม่ว่าข้างไหนออกก่อน อีกข้างหนึ่งก็ต้องติดตามคู่กันเสมอ...

จะว่าไป... รองเท้าคู่ชีวิตของฝั่งฟ้าก็ใส่มาเกือบ 10 ปีแล้วแฮะ (เกี่ยว ?)
#4  by  Apostrophe_six: Romantic บริโภค At 2007-04-27 17:58, 
แล้วในกรณีที่ผู้หญิงเค้านิยมมีรองเท้าหลายๆ คู่ เพื่อใส่ให้เข้ากับชุดที่สวมใส่ละ อิอิ

สำหรับเรา คู่เดียว สวมใส่สบาย ไม่เจ็บ ไม่กัดก็พอใจแว๊ว 555 (ห้ามคิดลึก)
#5  by  Backpack Girl At 2007-04-27 18:06, 

- * - * * * คู่ รั ก

อ่านแล้วอยากมี

เหอ เหอ



ถ้ามันหายไปข้างนึง
ก็ถอดอีกข้าง....



เท้าเราก็จะสัมผัสบนเส้นทางที่เดินอยู่...


น่าสนุกดีนะ อิอิ
#6  by  the ♣ benx At 2007-04-27 18:16, 
คนเรามีคู่ก็ดี แต่ไม่มีก็ใช่ว่าจะตาย
#7  by  hasana At 2007-04-27 20:11, 
ขาดอีกข้าง ทำไงดีท่าน
#8  by  ake067 (58.9.42.24) At 2007-04-28 00:38, 
ดอกไม้บางประเภทก็มีดอกเป็นพิษ มีหนามแหลมคม

สำหรับฉันขี้หมามันก็สวยงามดี
เพราะมันก็ทำให้ดอกไม้งดงาม โดยไม่ได้หวังอะไร
ก็แค่ไม่ได้ปรุงตัวให้จรุงหอม เท่านั้นเอง

ถ้ารองเท้า เหยียบขี้หมา หละ?
#9  by  น้ำเงินเจือขาว At 2007-04-28 00:53, 
แต่บางที การเดินเท้าเปล่า มันก็ให้ความรู้สึกดีนะ

แล้วถ้าโดนรองเท้าที่ใส่มันกัดเอา
เราก็พร้อมที่จะเดินเท้าเปล่าละ

#10  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2007-04-28 11:18, 
เมื่อวาน ก็ได้รับข่าวจากเพื่อนสาว
ว่าอีก 2 เดือนข้างหน้า ชีก็จะลั่นระฆังวิวาร์ โถเป็นไปได้ ทิ้งเราไปแล้วอีกคน 55555555+
#11  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2007-04-28 11:18, 
แต่บางคนก็คงอยากเดินเท้าเปล่า
เพราะเหน็ดเหนื่อยกับการตามหารองเท้าข้างที่หายไป
ซึ่งก็น่าเสียดาย
เพราะเค้า ก็จะไม่รับรู้ถึงความสุข
ของคำว่าชีวิตคู่ อีกเลย
#12  by  pana[sonic]* At 2007-04-28 12:14, 
เปรียบเทียบได้ดีนะคะ
ชอบจังที่บอกว่ารองเท้าหายไปหนึ่งข้าง
เท่ากะหายไปทั้งคู่
#13  by  aMy At 2007-04-28 17:36, 
อึมมม
ว่าแต่ว่า..เจ็ดวันหารองเท้าข้างที่ขาดหายไปได้ยังอ่ะ
#14  by  *.yeuy.* At 2007-04-28 18:29, 
เปรียบเทียบได้เจ็บมากค่ะ
ขี้หมากะยาถ่าย
เลือก คู่ ผิดนี่คิดจนตัวตายจริงๆ
#15  by  decameron (202.44.8.100 /10.7.2.130) At 2007-04-28 21:10, 
อืมพี่ก้องพูดถูกนะ

มานก็จิงอะ
เรื่องเนี่ย
เราคงไม่อยากมีคู่ผิดไปจนวันตายอะ


คงเสียไจเเน่


เเต่ความรัก

ก็มักจะมาพร้อมความเจบปวดนะ
เอโจ้คิดว่างั้น???
#16  by  ajo (125.24.153.139) At 2007-04-28 23:02, 
เปรียบได้ดีครับพี่

ชอบช่วงขี้หมามาก 55+
#17  by  Grëêñßåÿgøñ™ At 2007-04-29 10:36, 
รองเท้ามีอยู่เยอะแยะ
แต่หาคู่ที่ใส่สบายอ่ะยากกกส์
#18  by  o_O!! At 2007-04-29 10:53, 


ชักอยากมีรองเท้าใส่หลายๆ คู่ค่ะ

แหะๆ ซะงั้น



ยังหาคู่ที่เป็นของตัวเองยังไม่เจอค่ะ แต่หยุดหาแล้วค่ะ
เดิมพี่เป็นรองเท้าข้างเดียวที่คอยอีกข้างมาเติมเต็ม

ถัดมาอีกหน่อย ได้เจออีกข้าง แต่คงเป็นข้างเดียวกัน การแยกจากจึงตามมา

ปัจจุบัน พี่ไม่มี คัก-รู่..(คู่รัก)..เคียงข้างเมื่อยามเหยียบอึหมา....

และคิดว่าคงเข้าข่ายคำถามที่ว่า
"รองเท้าอะไร ? หายากที่สุด"

ปล. ไหงมาระบายซะงั้น..โทษทีเน้อ..
#20  by  1411 At 2007-04-30 11:11, 
บางคนเปลี่ยนรองเท้าบ่อยอย่างไม่น่าเชื่อ ขณะที่บางคนก็หาอีกข้างไม่เจอสักที
#21  by  RosaRossa~~* At 2007-04-30 15:37, 
เฮ้อ ยังมีเวลาเดินหารองเท้าอีกนาน
แต่จะหาได้ป่าวม่ะรุ
#22  by  only human*EM At 2007-05-02 17:04, 

พระธุดงก็เดินเท้าเปล่านะ..



#23  by  I'm Lost My Mind (203.113.50.140) At 2007-05-02 17:46, 
แล้วเมื่อไหร่พี่จะมีคู่กับเขามั้งล่ะครับ ผมอยากกินวัวเต็มทีแล้วครับ พี่น้องครับ
#24  by  Dearmamamhusub (203.113.77.9) At 2007-05-12 14:49, 

<< Home