ถ้าต้องปฏิบัติภารกิจให้ตรงตามตารางนัดหมาย
เมื่อวานผมคงอยู่ที่นครศรีธรรมราช
ไม่ใช่ไปหาเหรียญองค์พ่อจตุคามฯ หรอก
แต่ไปเป็นสักขีพยานว่าเพื่อนฉันได้สวมชุดเจ้าสาวแล้ว
.
หากันจนเจอไปอีกหนึ่งคู่
ขอสงวนสิทธิ์ความคิดในการมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง ...มิบังควร
ถ้าคุณนาตาลีไม่สะบัดรักผมไป ตั้งแต่วันที่หนุ่มกล้ามใหญ่คนนั้นเข้ามา ป่านนี้คงได้แต่งกันไปแล้ว อิอิ (ทำไปได้เนอะ)
...อย่างเราขอแค่นางงามจักรยานก็หรูแล้ว ฮาาา
.
ในมุมมองของคนที่ยังไม่มีชีวิตคู่ แต่ยังมีชีวิตอยู่
ผมเปรียบชีวิตเหมือนการเดินทาง
เป็นการเดินทางที่มีทิศทาง แต่ไม่เห็นปลายทาง
เปรียบเส้นทาง คือ สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน
เปรียบระยะทาง คือ วันเวลา
หากลองสังเกตนักท่องเที่ยวทางคนอื่น แนวการเดินทางของแต่ละคน จะสะท้อนถึงทัศนคติ และบุคลิกส่วนตัวในการใช้ชีวิตของคนคนนั้นได้จริงๆ
ผมถึงได้เอามาเทียบกันว่ามันช่างคล้ายคลึง
.
เมื่อความรัก เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ความรักจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง
ใช่ว่าจะรังเกียจดอกไม้ หรือสีชมพู แต่สำหรับบางเวลามันก็เปรียบเหมือนขี้หมาหรือยาถ่ายได้เหมือนกันนะ
.
ชีวิตคู่ก็เหมือนรองเท้าสองข้าง
ไปไหนก็ต้องไปด้วยกันตลอดทุกที่ ไม่ว่าจะไปเดินชมสวนดอกไม้ หรือว่าจะเดินเหยียบขี้หมา
ตอนมีความสุขก็สุขด้วยกัน ครั้นรองเท้าข้างหนึ่งบังเอิญเหยียบขี้หมาในสวน (ทุกข์เข้าให้แล้ว)
รองเท้าอีกข้างก็ต้องแบกน้ำหนักตัวที่เขย่ง ดึ๋งๆ พาร้องเท้าข้างที่โชคร้ายไปหาก๊อกน้ำเพื่อล้างให้สะอาด
สะท้อนให้เห็นถึงการพึ่งพาอาศัยกัน เกื้อหนุนจุณเจือกัน ขาดกันไม่ได้
.
.
ในการเดินทางของรองเท้าสองข้าง
บางครั้งก็พาไปถึงจุดหมายปลายทาง
แต่บางครั้งก็มีอีกข้างหายไประหว่างทาง (เพราะหมาคาบไปหรือเปล่าก็มิทราบได้)
รองเท้าหายไป 1 ข้าง ก็เท่ากับว่าหายไปทั้งคู่ (คงไม่คิดเขย่ง ดึ๋ง เป็นกระต่ายขาเดียวใช่ไหม?)
จงอย่าเลินเล่อ ละเลยรองเท้าของตัวเอง
.
.
คุณคงไม่อยากเดินเท้าเปล่าแน่ๆ
edit @ 5 Dec 2007 21:26:32 by 7 days ago

ขาดอีกข้าง ทำไงดีท่าน