2007/Mar/14

ในชีวิตประจำวันของคนยุคนี้เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับภาษาต่างประเทศ
อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ทั้งใกล้ตัวและไกลตัวล้วนแปะชื่อยี่ห้อเป็นภาษาอังกฤษ
แม้ว่ามีสินค้าจำนวนไม่น้อยที่มีสัญชาติไทย แต่เพื่อต้องการเป็นที่ไว้วางใจและยอมรับจากผู้บริโภค จำเป็นต้องตั้งชื่อเป็นภาษาสากล
.
คนไทยให้ความเชื่อถือฝรั่งมากกว่าคนชาติเดียวกัน แม้จะเป็นคนไทยด้วยกัน แต่การใช้ภาษาไทยสื่อสารระหว่างกัน จะไม่ได้รับความเชื่อถือ
แต่หากแปลงเอาคำไทยนั้นมาพูดเป็นภาษาฝรั่ง เจ้าคนฟังกลับให้ความเชื่อถือ ดั่งเป็นวาจาสิทธิ์ ...ทั้งที่มันก็ไม่รู้ความหมาย
.
จะมีใครเชื่อบ้างไหม?
หากผมจะเปิดเผยสินค้ายี่ห้อหนึ่ง ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย ซึ่งคุณอาจคิดไม่ถึง

.
ย้อนกลับไปในยุคสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นช่วงที่สยามประเทศเริ่มเปิดรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา
หนึ่งในนั้นก็คือกล้องถ่ายรูป ซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่เชื้อพระวงศ์
ขณะที่มีการเล่าขานอย่างน่าสะพรึงกลัวว่า หากใครโดนถ่ายรูป จะต้องม้วยมรณา เนื่องเพราะคิดว่าเจ้ากล้องถ่ายรูปนั้นคือเครื่องดูดวิญญาณ
เหล่าเสนาอำมาตย์ คหบดี ต่างพร้อมใจกันแกล้งป่วย ในวันที่ช่างภาพยกกล้องไปบันทึกภาพเหล่าผู้รับใช้เบื้องพระยุคลบาท
.
"นิกร" ข้าราชบริพารหนุ่ม นึกสมเพชบรรดาเศรษฐี ผู้เปี่ยมด้วยยศศักดิ์ แต่ขาดแคลนความรู้พวกนี้

อันที่จริงในตอนแรกเขาก็นึกกลัวเครื่องดูดวิญญาณเหมือนกัน แต่จากการได้รับมอบหมายจากเบื้องสูงให้คอยติดตามรับใช้คณะช่างภาพจากตะวันตก
ทำให้นิกรได้เรียนรู้วิธีและขั้นตอนการทำงานของกล้องถ่ายรูป จากความสนใจ กลายเป็นความชอบ และถึงขั้นหลงใหลในที่สุด

ด้วยความโชคดี และสอดคล้องแนวทางการพัฒนาประเทศสู่วิถีตะวันตกมากขึ้น
นิกรได้รับอนุญาตจากเจ้านายให้เดินทางติดตามคณะบันทึกภาพกลับสู่ประเทศตะวันตก เพื่อศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัยนำกลับมาพัฒนาประเทศ
ประสบการณ์จากการเดินทางไปในหลายประเทศทั่วยุโรป ได้เพิ่มพูนความรู้และวิทยายุทธ์แก่นิกรไม่น้อย

นอกจากวิชาถ่ายภาพแล้ว นิกรยังสนใจเรื่องกลไกของกล้องถ่ายภาพไม่แพ้กัน จนได้ร่วมเป็นแกนนำในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพกับทีมงานจากฝรั่งเศส
ด้วยความที่เป็นคนมีความสามารถ ชื่อเสียงของนิกรเป็นที่แพร่หลายในวงการอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง จนกลายเป็นที่ยอมรับในที่สุด
.
นิกรกลับมาสยามสองครั้งในช่วงสามปีแรก โดยนำลูกศิษย์ทั้งที่เป็นนักเรียนไทยในต่างประเทศ และนักเรียนฝรั่งเอง มาเป็นตัวแทนเผยแพร่วิทยาการตะวันตกสู่สังคมไทยแทน
ขณะที่ตัวเขาได้พบรักกับสาวชาวเยอรมัน และกลับไปตั้งรกรากที่นั่น โดยเปิดบริษัทรับถ่ายรูป และรับซ่อมเพื่อหาเลี้ยงชีพ

หลังใช้ชีวิตเจ็ดปีในต่างแดน นิกรและทีมงานได้ผลิตกล้องรุ่นแรกของตัวเองออกขายสู่ตลาด แต่ยังไม่ได้รับการยอมรับมากนัก
ธุรกิจของเขาล้มลุกคลุกคลานหลายครั้ง ทั้งรุ่งเรือง และรุ่งริ่ง ทั้งป็นเศรีษฐี และเป็นลูกหนี้
แต่กระนั้นก็ยังฝ่าฟันมาได้ จากโรงงานเล็กๆ ขยายเป็นโรงงานใหญ่ ขยายปีกสาขาไปยังต่างประเทศ มาแรงจนหยุดไม่อยู่
.
นิกรเสียชีวิตหลังจากดูแลกิจการมาร่วมสี่สิบปี ลูกชายทั้งสามคนช่วยกันบริหารบริษัทต่อจากพ่อ
ขณะที่ลูกสาวคนเดียวได้แต่งงานกับลูกชายของเจ้าของบริษัทคู่แข่ง และภายหลังก็โดนรวบกิจการเข้าด้วยกันในที่สุด(แผนนี้แยบยลและได้ผลดีจริง)
.
จวบจนปัจจุบัน สินค้าของนายนิกรได้แพร่หลายครอบคลุมไปทั่วโลก ในฐานะผู้นำของวงการที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงรายหนึ่ง
ขณะที่คนบริโภคอย่างเราๆ จะพอทราบที่มาบ้างหรือไม่

ว่าตัวอักษรอังกฤษ 5 ตัวที่แปะอยู่หน้ากล้องนั้น
เป็นชื่อของชายไทย
คนหนึ่งผู้ที่มีความรักในการถ่ายภาพอย่างแรงกล้า และมีความมานะอย่างสูงในการคิดค้น
.
พอจะนึกชื่อสินค้าออกแล้วใช้ไหมครับ ว่าเป็นยี่ห้ออะไร
...ส่วนใหญ่เขาก็ตั้งชื่อตามชื่อผู้ก่อตั้งบริษัทนั่นแหละครับ
.

.

.

"บทความนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง อันเกิดจากความทะลึ่งของผู้เขียนเท่านั้น "

edit @ 5 Dec 2007 21:30:42 by 7 days ago

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
nikon
#1  by  hasana At 2007-03-14 10:34, 
แหะ ๆ
ใช่ ๆ ของทุกอย่างมันต้องมีที่มา
แล้วที่มาของเรื่องนี้อีกทีมันเป็นยังไงอ่ะ
(งง)
#2  by  zeferia At 2007-03-14 10:38, 
เราก็ว่า nikon
#3  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2007-03-14 10:51, 
แพรวพราวเหมือนเดิมนะจ๊ะ
#4  by  Backpack Girl At 2007-03-14 10:51, 
nikon = นิกร ไม่น่าเชื่อเลย ว่าจะแยบยลขนาดนี้
#5  by  guning(หิ่งห้อย) At 2007-03-14 11:11, 

จริงเหรอครับเนี่ย
โอ้ว ไม่น่าเชื่อ
#6  by  AkE At 2007-03-14 11:12, 



ผมก็เคยคิดว่า nikon = นิกร นะครับ ไม่คิดว่าจะเป็นจริง

แล้วที่ผมคิดว่า samsung = สามซุง กับ kipling = keep ling (ชื่อชมรมอนุรักษ์ลิง)ก็อาจจะเป็นจริงละสิ
#7  by  Grëêñßåÿgøñ™ At 2007-03-14 11:26, 
หุหุ โฆษณา แอบแฝง หรือเปล่า
ฮิๆๆ


#8  by  (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* At 2007-03-14 11:49, 
NIKON O_O

โห.. ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ เมธ์ยังนึกว่าเป็นของต่างประเทศซะอีก
#9  by  + MaeBin + At 2007-03-14 12:07, 


ที่แท้ ก็มาจากนายนิกรนี่เองเหรอคะ

อ่านบรรทัดสุดท้ายแล้วเนี่ย
สรุปว่า "แต่งเอง" ใช่แม๊ะ
ตาบ้าเอ๊ย หลงเชื่อไปทั้งเรื่อง ดันมาเฉลยตอนจบซะงั้น
#11  by  สาวสาธารณะ(สุข) At 2007-03-14 12:31, 
อ่อ...มันมีที่มาอย่างนี้นี่เอง อึม อึม อึม
#12  by  *.yeuy.* At 2007-03-14 13:39, 
ตอนแรกไม่มีเฉลยนี่
#13  by  Grëêñßåÿgøñ™ At 2007-03-14 14:19, 
"ไบก้อนเขียว" เขาถึงสอนไว้ว่าอย่าเชื่อใครในครั้งแรกไง อิอิ
#14  by  7 days ago At 2007-03-14 14:26, 
แหม่ .. ไอ่เราก็ตั้งใจอ่านตั้งนาน

นึกว่าของจริงนะเนี่ย

#15  by  ออม At 2007-03-14 14:43, 
...


เพล้ง!!!!

ได้ยินมั้ยคะ ได้ยินรึเปล่า..
เสียงอะไรซักอย่างแตกไม่รู้ =''=


(หลงเชื่อซะเต็มเปาเลย งื้อออT^T)
#16  by  + MaeBin + At 2007-03-14 15:12, 
อ่านแล้ว เหมือนอ่านงานวินทร์ เลียววาริณเลย แต่งอีกนะชอบจัง
#17  by  Authorized by Contessa I At 2007-03-14 15:57, 
อ้ายทุเรศ

เออ ทะลึ่งแต่งมาได้นะนั่น

ชิชะ
#18  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2007-03-14 16:15, 
อินไปนึกว่าเรื่องจริงซะอีกค่ะ

.
.

เกือบไป
#19  by  FaCeEloN At 2007-03-14 17:07, 
นึกว่าเรื่องจริง

-____________________-'
#20  by  o_O!! At 2007-03-14 20:46, 
เอาแบบนี้เรยเหรอท่าน 555+
#21  by  ake067 (58.9.38.87) At 2007-03-14 21:01, 
ทุกอย่างมันต้องมีที่มา อิอิ
#22  by  *hey-ha* At 2007-03-14 21:09, 
สมจริง สมจังมากๆ
เกือบเชื่อแล้วนะเนี่ย
#23  by  POP At 2007-03-14 21:43, 
ตกใจเลยเนี่ย เฮ้อ
#24  by  ~ O_L~oHm ~ At 2007-03-15 02:26, 
ดีใจที่ได้มาอ่านทีหลังคนอื่น เลยได้เห็นบรรทัดสุดท้าย

แต่ก็สารภาพว่า หลงเชื่อเต็มเปาเลย 5555
#25  by  ปู่หมี At 2007-03-15 09:38, 
5555

นิกรๆๆๆ

nikonๆๆๆๆ

ฮาดีค่ะ
#26  by  pana[sonic]* At 2007-03-15 11:57, 
ต้มคนอ่านซะเปื่อยเลย ทำไปได้นะนั่น
#27  by  guning(หิ่งห้อย) At 2007-03-15 13:45, 
แหม.............ทำไปได้
#28  by  Man on the Moon At 2007-03-15 15:57, 
สำเนียงต่างชาติ
เพี้ยนขนาด
นิกร เป็น Nikon
#29  by  Yuri Gagarin At 2007-03-15 16:23, 
'
'
'
ยังไงเราก็เชื่อว่านายพูดเรื่องจริงว่ะ (เชื่อใจเพื่อนครับ)
#30  by  RITE (203.146.88.178 /192.191.3.43) At 2007-03-15 17:02, 
อืม .. กำลังจะเชื่อเลยนะคะเนี่ย
#31  by  NuCH (58.147.73.47) At 2007-03-15 22:30, 
อ่ะ จริงเหรอเนี่ยะ เชื่อแล้วนะ
#32  by  นายฉิม At 2007-03-16 11:37, 
อ่านแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องจริง
สรุปแต่งเองใช่ป่ะ?
#33  by  moo* no!z At 2007-03-16 15:31, 
เรื่องนี้มีที่มาจากจินตนาการ...

หลายสิ่งประดิษฐ์ มีจินตนาการเป็นบ่อเกิดของที่มา...

ดีค่ะ..
#34  by  1411 At 2007-03-16 16:08, 
OMG !!!!
นิกร -- Nikon
.
.
.
อ่านไปขนลุกไป
#35  by  ♪ isolate At 2007-03-17 10:55, 
กวน..จิงๆๆๆ
#36  by  เด็กม.กรุงเทพ (58.9.46.191) At 2007-03-20 13:11, 
หนูเข้ามาหาความรู้แต่กับโดนอำแบบนี้embarrassedงงเลย แล้วหนูจะหาได้ที่ไหนอ่ะ เซ็งจัง
#37  by  banana (125.24.12.115) At 2008-06-06 09:56, 
หนูเข้ามาหาความรู้แต่กับโดนอำแบบนี้embarrassedงงเลย แล้วหนูจะหาได้ที่ไหนอ่ะ เซ็งจัง
#38  by  banana (125.24.12.115) At 2008-06-06 09:56, 

<< Home