เบียร์ลาวดื่มแล้วหลับสบาย ลืมทุกข์ลืมโศก ...และลืมเวลารถออกอีกด้วย
ไม่ได้ตั้งใจจะตื่นเช้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะคิดว่ายังไงตอนสายๆ
ก็น่าจะมีรถไปหลวงพระบาง
ผมไม่ได้ดูตารางเดินรถมาก่อนหรอกครับ
แต่อาศัยความรู้สึกและสัญชาตญาณ
ชีวิตผมมักอยู่ได้ด้วยสัญชาตญาณ
จนตอนนี้มันยานถึงพื้นแล้วครับ (ฮา)
ยังมีเวลาพอให้เอ้อระเหยลอยชายได้
ผมจึงออกมาเดินสูดอากาศยามเช้าแก่ๆ
และบิดขี้เกียจอย่างสบายอารมณ์ ..
ฟืดดด..อืม.. ยังพอได้กลิ่นอากาศดีๆ ของเมื่อตอนเช้าอยู่
...เดินไปกินข้าวเช้า ตบด้วยโอวัลตินร้อน อ่า..เป็นข้าวผัดครับ
จานละ 60 บาท
หากเป็นที่บ้านเราในราคาเท่ากันนี้ ผมกินได้ครบสามมื้อ
แต่ที่นี่มันได้แค่พออยู่ท้อง
อยากให้มันอยู่ท้องนานๆ เหมือนกันครับ
....แต่ไม่ไหวแล้ว ต้องไปเข้าห้องน้ำแล้วครับ
.
. . . แพ็คกระเป๋าเสร็จ เช็คเอ้าท์ วันนี้เป้ชักจะหนักกว่าเมื่อวาน
น้ำหนักใกล้เคียงกับเด็กตัวเล็กๆ สักคนมาเกาะอยู่ที่หลัง
(แหะๆ แอบหลอน)
ระยะทางจาก ทวีสุก รีสอร์ท ถึงท่ารถหากเดินเท้า
คงใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง
คงเสียเหงื่อไป 3 ลิตร
และคงต้องซื้อน้ำดื่มระหว่างทาง อย่างน้อย 2 ขวด
แต่โชคดีมักเข้าข้างนักท่องเที่ยวที่น่ารักอย่างผม
มีรถจากรีสอร์ทจะพานักท่องเที่ยว
ไปล่องแก่งพอดี ผมเลยได้อาศัยรถเข้าตัวเมือง
ลงจากรถ ส่งโปสการ์ด
แล้วก็เดินต่อนิดหน่อยก็ถึงท่ารถ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก
.

บขส. ที่วังเวียงมีพื้นที่กว้างขวาง
ใกล้เคียงกับสนามบินดอนเมือง
ก็เพราะที่นี่คือรันเวย์นั่นเอง
.
จากวังเวียงมีรถบัสไปหลวงพระบาง แบ่งออกเป็นชนชั้นได้ 2 ระดับ
ระดับที่หนึ่งเป็นรถสำหรับท่านขุนมูลนาย
ปรับอากาศ มีห้องน้ำ
คาดตัวหนังสือใหญ่เป้งว่า VIP ราคา 10 ดอลล่าครับ
เท่ากับ 400 บาทไทย เท่ากับ 100,000 กีบลาว
(ดูเหมือนผมจะเริ่มถนัดเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
เงินสามสกุลนี้แล้วล่ะ แหะๆ)
ส่วนชนชั้นรากหญ้าอย่างผมไม่ชอบนั่งรถแพงหรอกครับ
...นั่งแล้วมันคันง่ามก้น
.
เที่ยวลาวทั้งที ก็ต้องนั่งรถลาวๆ ครับ ถึงจะได้รสชาติ
ซึ่งรถลาวๆ ออกจากเวียงจันทร์ตอนเช้า
กว่าจะมาถึงวังเวียงก็ราวๆ 11 โมง
และกว่าจะถึงเวลานั้นผมก็สามารถเข้าฌานได้ 1 งีบครึ่ง
.

.
- คนเสื้อขาวซ้ายมือ เป็นลูกพี่ใหญ่ของ บขส. วังเวียง
ซึ่งพยายามขายตั๋วราคา 400 บาท
ให้ผม ผมต่อเหลือ200แกไม่ยอม
ก็เลยต้องนั่ง Local Bus ราคา 250 บาท
- ภาพล่างเป็นตารางเดินรถ
.
.


ที่นี่มันเป็นลานบินจริงๆ ครับ มีเฮลิคอปเตอร์ของ
บอลิสัด ลาวเดินอากาศ มาจอดให้เด็กลาว ได้ตื่นเต้นกัน
หนึ่งในนั้นก็มีเด็กอย่างผมด้วย อิอิ
.
.

เด็กลาวบ้ากล้องมากครับ เห็นผมยกกล้องขึ้นมา
วิ่งกรูกันมาแอ็คท่าอย่างพร้อมเพรียงกัน
น่าสงสารก็ไอ้ตัวเล็ก (ภาพขวามือ)
วิ่งมาไม่ทันคนอื่นแล้ว
ยังโดนพี่มันเหยียบมืออีกต่างหาก
(ดูหน้าตาสิ ...เจ็บนะ แต่ไม่แสดงออก)
.
.
รถบัสที่จะพาผมไปหลวงพระบาง
มีสภาพดีกว่ารถคุณปู่ตอนขามามาก
สมมติว่าเป็นรถคุณปู่ไป
สงสัยต้องกระอักเลือดตายตั้งแต่โค้งแรกแน่ๆ
.
ออกจากวังเวียงมาประมาณ 3 ก้านธูป
รถก็แวะจอดให้รับประทานอาหารเที่ยง
ผมเลือกไม่กินเพื่อความปลอดภัยด้านระบบขับถ่าย
.
หลังมื้อเที่ยง ก็เริ่มต้นด้วยเส้นทางหฤโหด
น้องๆ แรลลี่ปารีส-ดากการ์
ไม่เหมาะสมเลยกับการเพิ่งอิ่มมาหมาดๆ
สงสัยกลัวอ้วกแล้วไม่มีอะไรออกมา
เลยให้เติมกระสุนเข้าไปก่อน
จะได้อ้วกอย่างเมามัน(ฮา)
.
.
เส้นทางจากวังเวียงไปหลวงพระบางเข้าขั้นว่าโหดมาก
เพราะจากนี้ไปอีกเกือบ 300 กิโล
เป็นถนนที่ตัดผ่านภูเขาล้วนๆ
.
.
รถผ่านไหล่เขา เนินเขา สันเขา
หน้าเขา ข้างเขา หลังเขา
เจอแต่เขา จนลืมเรื่องเรา
แล้วเมื่อไรเธอถึงจะลืมเขาได้เสียที
(แหะ คนละเรื่องแล้ว)
.
.
สำหรับคนที่มีอาการวิงเวียน หรือเมารถมาแต่กำเนิด
ก็ควรจะพกพาถุงพลาสติกขนาดย่อมไว้สัก 2-3 ถุง
เป็นการกันเบาะรถเปื้อน
อย่าอ้วกนา ขายขี้หน้าเขาตาย
ส่วนตัวผมเอง เคยชินกับการนั่งรถไกลๆ นั่งนานๆ
เบียดเสียดยัดเยียดยังไง ก็ไม่หวั่น
ส่วนเส้นทางที่คดเคี้ยว เลี้ยวลด วนเวียน วกวนสักเท่าไร
ก็ยังไม่ยุ่งเหยิงเท่ากับก้อนขมวดความว้าวุ่นในใจผมตอนนี้
ฮี้วว
.
สิ่งเดียวที่จะทำให้ผมยอมแพ้ได้ คือเรือไวกิ้ง
.
.

ตลอดเส้นทางบนเขาทั้ง สามร้อยลูก
ผมกดมาแค่รูปเดียว
เพราะมัวแต่เสียเวลากับการหลับ
.
.

.
สาวน้อยลาวบนรถ หน้าตาน่ารัก
แอบเขินนิดๆ ตอนผมถ่าย
.
รถถึงหลวงพระบางแล้ว
ผมก้าวลงจากรถด้วยมาดแห่งผู้กำชัยชนะ
เราสามารถพิชิตขุนเขาทั้ง 300 ยอด
และโค้งอีกนับแสนโค้งได้
เอ่อ แต่ทาง บขส. น่าจะมีการตอบแทนด้วย
ยาดมท่านเจ้าคุณสักหลอดสองหลอดนะ...
.
จากบขส. ต้องนั่งรถตุ๊กตุ๊ก เข้าไปในตัวเมือง
อีกประมาณ 5 กิโลเมตร
ค่ารถคนละ 10,000 กีบ หรือ 40 บาท
.
เวลาเริ่มโพล้เพล้แล้วครับ ที่นี่มืดเร็วมาก
พระอาทิตย์ตกก่อนประเทศไทย
แต่ใช้เวลามาตรฐานเดียวกับไทย
ทำให้ 6 โมงเย็นของหลวงพระบาง
มืดมิดราวกับ 1 ทุ่ม ที่บ้านเรา
และที่สำคัญกว่านั้นผมยังไม่มีที่พัก
สำหรับคืนนี้เลยครับ
.
ขอตัวไปหาที่ซุกหัวนม เอ๊ย หัวนอนก่อนนะครับ
(ชักเบลอแฮะ อิอิ)
.
.

.
ยามเย็น เราพากันเดินเล่น หาที่พัก
.
.

.
หลวงพระบางเงียบเหงาเหมือนเมืองร้าง
บ้านเรือนหมอบนิ่ง
หรี่ตามองผู้มาเยือนอย่างผมอย่างขี้เกียจ
.
สะบายดี หลวงพระบาง
.
เพิ่งมาถึงเอง รอบหน้าได้ไปเดินเที่ยวรอบเมืองหลวงพระบางซะที
.
.
