"มาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
ไม่รู้จะถามไปทำไม ในเมื่อคุณก็ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตารอการปรากฎตัวของผม
"ถามเป็นมารยาท"
ไม่ถามอะไรดูจะมีมารยาทกว่า ...ความจริง สำหรับคนอย่างผมไม่จำเป็นต้องใช้มารยาทก็ได้
"มารยาท" ตัด "ท" ออก ก็เป็น "มารยา"... ดังนั้นมันจึงดูใกล้เคียงเกินไปที่จะให้ผมยอมรับมารยาทนั้นได้ อย่างสนิทใจ
.
ผมเป็นคนไม่มี "มารยาท" และผมก็ไม่มี "มารยา" ผมไม่มีห่าเหวอะไรทั้งนั้น มีแต่ "ทำ" และ "ไม่ทำ"
และเรื่องพวกนั้นคงไม่หนักหัวใคร เพราะผมเองก็ไม่อยากให้มันไปหนักหัวใคร หัวผมก็ต้องไม่หนักเช่นกัน ผมขี้เกียจไปยกออกทีหลัง
.
คุณจะมาคิดทำตามอย่างผมไม่ได้หรอกนะ เพราะผมใตร่ตรองทุกอย่างแล้ว ก่อนจะ "ทำ" หรือ "ไม่ทำ" ...คุณคงไม่มีเวลามาใตร่ตรองอะไรพวกนี้ ผมว่าคุณคิดถูกแล้วล่ะ ที่เลือกใช้ "มารยาท" หรือ "มารยา" มาใช้ เพราะไอ้สองอย่างนี้มันมีรูปแบบแนวทางกำหนดไว้ให้แล้ว ...หลับตาเดินก็ไม่หลงทาง
.
กลับมาเรื่องที่คุณ "เสือก" ใช้มารยาทมาถามผมว่า มาตั้งแต่เมื่อไหร่ (ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้วว่าตัวมารยาทมันชักปากคุณให้ว่าตาม)
ผมเข้าใจดี คนส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้ แต่ผมว่าด้วยระยะห่างกันเกือบสิบเมตร ไม่น่าจะทำให้คุณสังเกตเห็นผมได้นะแล้วเสียงที่คุณตะโกนข้ามฟากมานั่นน่ะ เพียงพอที่จะทำให้คนทั้งงานหันมามองที่ผมเป็นตาเดียว
...ไม่เว้นแม้แต่ตาคู่นั้น
ดวงตาที่ไร้ความปราณี เหมือนพญาอินทรีจ้องตะปบกระต่ายน้อย
.
แทนที่ผมจะได้มาอย่างเงียบๆ และจากไปอย่างเงียบๆ ของผมตามปกติ
...คุณกลับทำให้ผมต้องรีบตาลีตาเหลือก วิ่งมุดใต้โต๊ะ รีบออกจากงาน อย่างกับโจรเพิ่งวิ่งราวกระเป๋า ...หมดกัน!!
เจ้าหนี้คนนี้ใช่เล่นเสียที่ไหน ใครไม่จ่ายมันอุ้มฆ่าหมด ...และผมคงไม่อยู่เป็นเหยื่อหรอกครับ
เป็นครั้งแรกที่ผม "ทำ" โดยไม่มีการใตร่ตรอง ...ผมต้องหนีให้ไกล ก่อนจะคิดอย่างอื่น
...หรือว่าการนี่เป็นการหนี ตามวิถีคนมี "มารยาท"