หากมีผู้ใด เพียงมานั่งเฉยๆ ตรงหน้า แล้วทำให้เราเจ็บตัวได้ ...ต้องเป็นเธอผู้นั้น
เป็นครั้งแรกที่พานพบเธอ - สาววัยแตะยี่สิบ
พยายามนึกจนเส้นสมองแตกก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า นั่นเพราะเราไม่เคยเจอกันมาก่อนนี่เอง ...ใยคนที่ไม่เคยเจอกันต้องมาทำให้เราเจ็บตัว?
วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส แสงอาทิตย์เพิ่งแตะทิวไม้ องค์ประกอบต่างๆ ล้วนชวนให้ผู้คนอยากไปออกกำลังกาย ไฉนเลยคนผู้นี้จะอิดเอื้อนต่อคำเชิญชวนนั้น ...นึกอยากรีดเหงื่อถอนพิษไข้อยู่พอดี เพลานี้ช่างประจวบเหมาะ
เอาลูกบอลมาเดาะเล่น ออกลีลาลวดลายประหนึ่งว่าเป็นท่านอาจารย์ของโรนัลดินโญ่ ไขว้โน่นไขว้นี่ เอาบอลวางบนติ่งหู ใช้ไหล่เดาะ (เว่อร์เข้าไว้ๆ) ...พอคิดได้ว่าเพิ่งสร่างไข้ก็ลดลวดลายลีลาลง เราควรออกกำลังแต่น้อย ค่อยเป็นค่อยไป อีกอย่าง ยังไม่อยากให้ใครเห็นฝีมือ ยังไม่อยากรับลูกศิษย์เพิ่ม ...อย่างน้อยก็ตอนนี้
ทว่า ความเพลิดเพลินกลับถูกสกัดไว้แค่นั้น เมื่อเธอเดินเข้ามา... มุ่งมาทางนี้ ...มิอาจไล่เธอไปทางอื่น และมิควรคิดเยี่ยงนั้น คนโง่เขลาเท่านั้นที่มีใจปฏิเสธความงดงามยามสนธยา เหมือนนางฟ้ามาโปรดชาวนาก็มิปาน ...แม้ใจจะยกย่องเธอดั่งหยาดทิพย์จากสวรรค์ แต่ใครเล่าจะหยั่งรู้ว่าตนจะต้องเจ็บตัวด้วยอิสตรีนางนี้
.
เพียงเพราะเธอย่างกรายมานั่งตรงนั้น องศาอย่างนั้น กระโปรงสั้นอย่างนั้น ชันเข่าอย่างนั้น...
...กล่าวด้วยจิตเปี่ยมกุศล แม้แต่คนตาบอดยังมิอาจละสายตาไม่มองเธอได้ แม้ร่างกายไม่ไหวติง แต่คนผู้นี้เริ่มรู้ตัวว่าถูกคุกคาม รังสีเข่นฆ่าในตัวเธอพวยพุ่งออกมาดุจแรงผายลมจากทวารของก้านกล้วย ...รอยยิ้มนั้นเหมือนมิจงใจจะมอบให้ใครเป็นพิเศษ แต่ชายหนุ่มล้วนอยากยึดไว้มาเป็นของตนแต่ผู้เดียว
มีคำกล่าวไว้ว่า "คนผู้ใดจะกระทำกรรมบุญ ย่อมมีมารมาผจญ"
...เห็นจะเป็นเช่นนั้น แม้การออกกำลังกายไม่ถือว่ากุศลใหญ่หลวง แต่วันนี้เป็นวันที่ฤกษ์งามยามดี แต่แล้วกลับมีนางมาร (ที่งามราวนางฟ้า) มาปรากฎกายเพื่อขัดต่อภารกิจนั้น การเดาะบอลอาจมีอุปสรรคบ้าง แม้จะฟื้นพลังได้ไม่ถึง 5 ส่วน แต่ยังคิดว่าจะเอาชนะนางได้
นางเริ่มลงมือก่อนโดยใช้วิชา "ยิ้มคร่าวิญญาณ" สืบต่อด้วย "ตาหวานผลาญโลกันตร์"
โดน 2 กระบวนท่าโจมตี คนผู้นี้รับมือได้โดยบอลไม่ตกจากพื้น พลางยิ้มเยาะว่า "ข้าหาใช่คู่ต่อกรของเจ้า"
นางมารมิยอมแพ้ ใช้กระบวนท่าเดิมซ้ำอีกครั้ง - ประเมินคู่ต่อสู้ผิดไปหน่อยกระมัง มือชั้นนี้มิเพลี่ยงพล้ำโดยง่าย
นิสัยดื้อดึง และไม่ยอมใคร มักอยู่ในสตรีทุกคน ...มิเว้นแม้นางมาร ยิ่งโดนขัดใจ ยิ่งจะหงุดหงิด ...บางทีบุรุษก็มักจะมีความสุขกับการได้ยั่วยุให้สตรีให้ปึ่งงอนเล่น
นางมารเห็นสู้ไม่ได้จึงยอมแพ้ ล่าถอย บ่ายหน้าหนี พลันเปลี่ยนท่านั่ง แต่ด้วยความพลั้งเผลอ หรือแม่นางมิรู้ตัวก็ไม่ทราบได้ กลับกลายเป็นว่านั่นเข้ากับกระบวนท่าที่ยากต่อการต่อกรมากที่สุด - ถ้านางตั้งใจ นี่คงเป็นไม้ตาย!!
กระบวนนั้น "สับขาโลกาวินาศ"
ครั้นจอมยุทธ์โดนเพลงหมัดเข้าอย่างจัง ถึงกับสูญเสียการควบคุม ท่าร่างถูกทำลายย่อยยับ บอลตกพื้น ขาซวนเซจนพลาดตกท่อระบายน้ำ น้ำหนักทิ้งตัวจนข้อเท้าบิดดังกร๊อบ! หน้าคะมำหม่ำหญ้า ปากกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ
จอมยุทธ์ ผู้ตะลุยยุทธจักรมาอย่างโชกโชน กลับพ่ายแพ้แก่นางมารน้อยที่เพิ่งฝึกยุทธ์ อย่างง่ายดาย
...จอมยุทธ์ มิเคยรังเกียจความพ่ายแพ้ "มีการช่วงชิงที่ใด ย่อมมีผลแพ้ชนะ" มิแปลกที่จอมยุทธ์ทั่วหล้าย่อมมีแพ้ และชนะ ...แต่กลับมีความคับแค้นหนึ่งในใจจอมยุทธ์ ที่มิอาจสะสางไปได้
.
ทิ้งไว้เป็นปริศนาก่อนสิ้นลมปราณว่า...
.
...นางมารใส่อันเดอร์แวร์สีใดกันแน่? ...หง่ะ มองไม่ทัน!!!