ก่อนจะไล่สายตาสู่บรรทัดต่อไป ขอทำความเข้าใจก่อนว่าหากมันจะกระทบกระเทือนจิตใจใครบ้าง ขออภัยไว้ ณ ที่นั้น
อะไรเอ่ย ไม่ใช่หญิง ไม่ใช่ชาย? ...ไม่เฉลย
เริ่มที่สมัยที่ผมเพิ่งแตกเนื้อหนุ่ม (...เอ่อ และชายบางคนเพิ่งจะแตกเนื้อสาว) ช่วงนั้นเพิ่งย้ายจากบ้านนอกเข้ากรุง เพื่อนก็ชวนกันพาไปทำความรู้จักกับกรุงเทพฯ ในมุมที่สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองแห่งนี้มากที่สุด ...ไม่ใช่วัด ไม่ใช่สวนสัตว์ แต่เป็นผับ บาร์ ...
อยากให้นึกภาพวัยรุ่นบ้านนอกคนหนึ่ง ที่ไม่เคยเที่ยวกลางคืน กำลังยืนอยู่ท่ามกลางหนุ่มสาวที่อัดแน่นยัดเยียดกันอยู่ในพื้นที่แคบๆ สาวๆ ยั้วเยี้ย ตื่นตาตื่นใจมากๆ มองไปทางไหนก็เจริญหูเจริญตา นั่นทำให้ผมได้ค้นพบสัจธรรมว่า "ผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้..."
นู่นๆ คนที่ส่ายเอวตรงโน้น โอ้ว! แจ่มมาก เต้นยังกะหนังอินเดีย..นี่ๆ โต๊ะตรงข้าม 2 คน น่ารักโคตร ใช่นางเอกแดจังกึมรึเปล่าจ๊ะน้อง ...อุ๊ยๆ มาเต้นถูๆ อยู่ข้างหลังนี่ก็ใช่ หันไปชนแก้วหน่อยเฟร๊ย "สวัสดีคระ....จ๊ากกกกกกกกกกก!!!!" มะ มะ มะจั๊ยพูหยิง
กระเทยครับ! เธอเป็นกระเทยไม่ทราบสายพันธุ์ รู้แต่ว่าเป็นผู้ชายที่น่าตาสวยทีเดียวเชียวครับ Where Where is Where Where ไหนๆ ก็ไหนๆ หันไปแล้วก็ต้องคุยต่อละครับ แต่สักพักผมก็ชิ่งหนีไปอยู่อีกฟากของโต๊ะ มันต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ ...ผับเลิกคืนนั้นผมกลับบ้านโดยได้เบอร์โทรสาวเทียมคนนั้นติดมือมาด้วย แต่ผมแกล้งทิ้งกระดาษแผ่นนั้น โดยไม่ให้เจ้าตัวเห็น ...แซ้ดด!!
ประสบการณ์ครั้งนั้นคิดว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่พบว่าการท่องราตรีในคราวต่อๆ มาก็ไม่ต่างจากเดิมครับ ...ชายชาตรีอย่างเราๆ ย่อมต้องมองหาสตรีเพศเป็นธรรมดา แต่หล่อนๆ ที่ไม่ใช่ผู้หญิง กลับมามองเราๆ ซะงั้น
...มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผับตลาด อตก. ขณะที่กำลังสนุกสนานอยู่กับเพื่อนๆ หญิงล้วน มีแก้วปริศนายื่นมาขอชนแก้ว รู้ว่ามาจากโต๊ะตรงประตูเข้า-ออก โต๊ะนั้นชายล้วน เราก็คิดว่า เฮ๊ย กูไปกวนตีนมันป่าววะ รึว่ามันหมั่นไส้ที่มีสาวๆ รุมล้อม ...แต่ที่ไหนได้ล่ะ ทั้งโต๊ะนั้นดันเป็นกระเทยรุ่นเฮฟวี่เวท ที่จ้องจะล่าเหยื่อกระต่ายน้อยอย่างผม (นี่กระโถนครับ อ้วกอย่างถูกสุขลักษณะ)
ด้วยเหตุที่เจอเรื่องทำนองนี้เกือบทุกครั้งที่ไปเที่ยว นั่นจึงมีส่วนทำให้ผมแขวนแก้วก่อนวัยอันควร สงสัยตัวเองทำไมถึงเจอแต่กระเทย เพื่อนบอกว่า อย่างน้อยผมก็เป็นคนมีเสน่ห์ ...แต่มีเสน่ห์ต่อเพศเดียวกันมันไม่น่าอภิรมย์หรอกใช่ไหม ...แซ๊ดดด
ไม่เที่ยวกลางคืนแล้ว นึกว่าจะหนีพ้น ผิดคาด สงสัยชาติที่แล้วคงทำบุญร่วมกับเพศที่สามไว้เยอะ ไม่ก็คงเป็นนายกสมาคมประเทืองอะไรพวกนี้มาก่อน ชาตินี้เลยต้องมาเจอกันอีก
...เป็นผู้ชายอกสามศอกทั้งที แต่กลับโดนคุกคามทางเพศโดยผู้ชายด้วยกัน ผมโดนลวนลามบนรถตู้ขณะนั่งหลับ มันจับเป้า ผมรู้สึกตัวก็เลยตื่น แต่ไม่เห็นมีอะไรเลยหลับต่อ (แต่แกล้งหลับ) กระเทยมันย่ามใจครับ จะก่อการอุกอาจอีกครั้งที่สอง ผมคว้ามือหมับ แล้วทำหน้าเหมือนฆาตรกรโรคจิต (นึกถึงหน้าฮันนิบาล เล็คเตอร์ไว้นะครับ) ใช้เสียงทุ้มต่ำแหบๆ ขู่มันว่า "เมื่อกี้มึงทำอะไร อย่านึกว่ากูไม่รู้ตัวนะ มึงยังไม่อยากตายใช่ไม๊?" เท่านั้นล่ะครับ กระเทยน้ำตาคลอ ทันใดนั้นก็ฉุกคิดได้ว่า ผมไม่ควรก่อกรรมใดกับกระเทยอีก ไม่อย่างนั้นบาปกรรมจะตามสนองจนหนีไม่ออก ผมจึงหนีลงรถเสียดีกว่า ..แซ๊ดดด
คิดไปคิดมา ยิ่งหนี ยิ่งเจอ เลยหันมาใช้สันติวิธี สมานฉันท์ อยู่ร่วมกันอย่างสงบ ...อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ไม่ใช่เอากระเทยมาทำแฟนนะครับ แต่เป็นการเลิกอคติ (ที่ตัวเองไมได้ก่อ) ...เดี๋ยวนี้ชีวิตจึงกลับมาปกติสุขอีกครั้ง ทิ้งทวนด้วยบทกวีก็แล้วกัน อิอิ
.
กระเทยก็เป็นคน อย่าสับสน คนแน่ๆ
กระเทยก็มีแม่ อย่าพูดแหย่ แบบหยาบคาย
ผู้ชายอยากเป็นหญิง เหมือนก็จริงแต่ไม่ใช่
กระเทยต้องเข้าใจ อย่าทำให้ชายงุนงง
* คนดี ไม่ได้อยู่ที่เพศ ...งานเขียนชิ้นนี้ไม่ได้เป็นการกล่าวหาเพศที่สาม