คิดไว้แล้วว่ามันต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่างในช่วงรอยต่อของฤดู --- ความเปลี่ยนแปลง
หมดหน้าร้อน เข้าหน้าฝน ...ช่วงนี้คนอกหักกันเยอะมาก คงเพราะฤดูฝน เป็นฤดูแห่งการอกหัก เหมาะสำหรับคนอกหัก บรรยากาศน่าอกหัก ...โธ่! ไอ้หอกหัก!
เพื่อนอกหัก คนรู้จักก็อกหัก อ่านบล็อกใครก็คล้ายๆ ว่าจะอกหัก ...อกหักกันทั้งบ้านทั้งเมือง ...ถ้าเป็นงานเทศกาลอะไรสักอย่าง ก็น่าเป็น "เทศกาลอกหัก"
...เขาบอกว่าฟ้าร้องไห้ออกมาเป็นน้ำฝน อยากรู้นัก ฟ้าที่เบื้องบน ต้องมาร้องไห้เพราะใคร... ก็ไว้ทุกข์ให้คนอกหักน่ะสิ ขนาดฟ้ายังเศร้า แล้วคนจะไปเหลืออารั้ย
.
ฤดูฝน-ฤดูไร้รัก
ถ้าจะมองอย่างเห็นใจ ฤดูฝนมีปมด้อยมากที่สุด ถ้าตกในเมืองเศรษฐกิจ จะระงมไปด้วยเสียงก่นด่า ถ้าตกในท้องนาจะได้รับคำสรรเสริญ ...แต่ส่วนใหญ่แล้วจะออกไปในแนวโดนตัดพ้อ...
ในฤดูฝน คนไม่จำเป็นต้องมีแฟน เพราะจะมีเวลาให้กันน้อยลง เจอกันน้อยลง ไม่มีที่ไปให้เที่ยวด้วยกัน ไปมาหาสู่ลำบากขึ้น ...บางทีอาจเป็นต้นเหตุให้เกิดระหองระแหงสำหรับคู่รัก
ฝนพรำๆ ฟ้าทึมๆ เป็นบรรยากาศ ที่น่าเหงา น่าเศร้า ...คนไม่เหงาก็จะปลีกตัวเองไปนั่งเหงา คนไม่เศร้าก็หาเรื่องที่จะเศร้าให้ได้ ...ไม่มีตอนไหนที่จะเหมาะเท่าเวลานี้ ..มีลมเย็นๆ ให้ใจหวิวๆ ..มีเสียงฟ้าเปรี้ยงๆ ให้ใจสั่นๆ ..มีเสียงเม็ดฝนจั๊กๆ ให้เจ็บจี๊ดๆ
ในฤดูฝน ...ใครๆ ก็อยากจะไร้รัก หากได้อกหักอย่างมีรสชาติ
.
เมื่อฝนขาดเม็ด น้ำตาก็แห้งเหือด ลมหนาวแห้งๆ มาเยือนอีกคราว ...ได้ยินเสียงความรักมาเคาะประตู รักที่เคยจมอยู่ใต้ห่าฝน ตอนนั้นมันจะกลับมาผลิบานอีกครั้ง ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา ...เทศกาลอกหักก็จะสิ้นสุดลง
...พร้อมให้คนอกหัก ได้สัมผัสไออุ่นความรัก ในฤดูโรแมนติกที่กำลังจะมาเยือน
(*พักนี้อารมณ์ต่อเนื่องมาหลายวันเหมือนกันน่ะเนี่ย)