ออกอาการหงุดหงิดกับเย็นวันเสาร์ ติดต่อใครไม่ได้เลยสักคน นี่เป็นวันหยุดแรกในรอบ 1 เดือนครึ่ง ...พาตัวเองไปเดินช็อปปิ้ง (ของถูก) หย่อนอารมณ์ที่ตลาดตะวันนา ครั้นจะยกหูหาใครสักคนหรือสองคนมาติดสอยห้อยตาม แล้วไปหาอะไรเปรี้ยวปากกินกันริมคลองแสนแสบ ...คำตอบที่ได้คือเสียงผู้หญิงคนนั้น "กรุณาฝากข้อความหลังได้ยินสัญญาณ ตุ๊ด!"
ความจริงของสหาย 3 คนที่ไม่สามารถติดต่อได้
คนแรก - ปิดเครื่องหนีแฟน เซฟแบตฯ ไว้คุยกับกิ๊กใหม่ (เยี่ยมกู๊ดเลยมึง)
คนที่สอง - ปิดเสียง และปิดสั่น หลังจากเบื่อสายเจ้าหนี้ที่ขยันทวงตั้งแต่เช้า
คนที่สาม - เปลี่ยนเบอร์
.
ด้วยแรงอาฆาต ผมพาตัวเองไปหาไอ้ลิงทั้ง 3 ตัวถึงเซฟเฮ้าส์ (อยู่กันแบบเซฟๆ แนวเศรษฐกิจพอเพียง...ฮา) พอดีกับที่พวกนั้นจะกรีฑาทัพ ไปยังคอนโดชั้น 13
- เกร็ดความรู้เล็กน้อยของเจ้าของสถานที่บนชั้น 13 --- คนผู้นี่เคยหาญกล้าถึงขนาดงัดเจ้าช้างน้อยออกมาพ่นปัสสาวะหน้าผับ รู้ท 66 ต่อหน้าธารกำนัล ..หลายคนที่อยู่ในระยะสายตา หยุดภารกิจทุกอย่างที่ทำอยู่ตอนนั้น เพื่อเป็นสักขีพยานในการกระทำอันอุจาดครั้งประวัติศาสตร์ ...มิหนำซ้ำ เขายังเคยเรียกแท็กซี่ ให้ไปส่งในตำแหน่งที่แค่เขาก้าวถอยหลังไปสัก 5 ก้าวก็ถึงแล้ว ---- เมื่อความเมาเข้าครอบงำ ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้
.
คืนวันเสาร์ฝนไม่ตก ขี้หมูก็ไม่ไหล --- แต่คนจัญไร (Junk Life) ดันมาปะหน้ากันเสียแล้ว วงสนทนาสุรา ถกปัญหานานา แกล้มเสียงหัวเราะเฮฮา และปังย่า!
ความยากลำบากในการหาซื้อแอลกอฮอล์หลังเที่ยงคืน ของคืนหมาหอน ไม่ได้สร้างความลำบากอันใด เมื่อเรามีเขาอยู่ -- "ผู้ฉี่หน้ารู้ท" ทำให้เรารู้จักกับความเป็นไปได้ ในสถานการณ์ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
.
เรากล่าวราตรีสวัสดิ์กันตอน 6 โมงเช้า เหมือนแวมไพร์ที่ต้องหลบเข้าเคหะสถาน ด้วยการขับไล่ของแสงอาทิตย์ --- ทุกอณูบวมฉุด้วยน้ำสีอำพัน ผีดิบทุกตัวอิ่มหมีพีมันกับของเหลวเหล่านั้น ต่างแยกย้ายกันเข้าโลงหลับใหล และจะตื่นขึ้นมาด้วยการกระตุ้นของระบบขับถ่าย สายลมแห่งรัตติกาล ...และน้ำบริสุทธิ์เย็นเจี๊ยบบบบ!
)