หลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการรอรถเมล์บ้างแล้วล่ะ สมมติเรารอรถสาย 1 วันนั้นเหมือนโชเฟอร์รถเมล์สายนี้จะนัดกันหยุดงาน เห็นแต่รถสาย 2 ที่วิ่งทั้งวัน แล้วก็มากันถี่ๆ
บังเอิญวันหนึ่ง เราเกิดมีธุระจำเป็นต้องขึ้นรถเมล์สาย 2 ...รอไปเถอะ แม่ง! วันนั้นรถสาย 2 นัดกันเข้าอู่ มีแต่รถสาย 1 เห็นหน้าโชเฟอร์แป้นแล้นมาแต่ไกล
...ทุกคนคงเคยเจอกรณีอย่างนี้ด้วยตัวเองกันมาบ้างแล้ว แต่กระนั้นก็ยังคงตั้งข้อสงสัยกับเหตุการณ์นี้ และไม่มีคำเฉลยว่าทำไมพอเรารอรถสายไหน สายนั้นจะไม่มา ...รัฐบาลควรจะให้ทุนวิจัยแก่นักวิชาการเพื่อไขข้องสงสัยให้กระจ่าง เพื่อมวลมนุษยชาติ
.
การเดินข้ามถนนก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างใน "ทฤษฎีความไม่พร้อมกัน" ...ต่อให้ถนนว่างสักแค่ไหน หรือ โล่งจนสามารถไปนอนหลับกลางถนนได้สัก 2 งีบ ...แต่พอคุณจะข้ามเท่านั้นแหละ จะมีรถคนหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เพื่อให้เราหยุดชะงักเสียจังหวะในการก้าวเท้า ...บางทีมันก็มากันเป็นพรวน เหมือนขบวนแห่นาค ...ช่วยไม่ได้! เราก็ทำได้แค่ยืนมองให้รถพวกนั้นผ่านพ้นไป
.
ความไม่พร้อมกันในบางเรื่อง ยังพอจะทำใจให้ชินชากับมันได้
.
ย้อนมานึกเสียดายวันเวลา ...ในวันที่เธออ่อนไหว แต่เรากลับแข็งกระด้าง ...ในวันที่ใจเราพองโต ใจเธอกลับเย็นชา ...จริงๆ ต่างคนก็ต่างมีความรู้สึกที่ดีต่อกันอยู่ เพียงเพราะ "ความไม่พร้อมกัน" ในการแสดงออกให้อีกฝ่ายรับรู้
...อาจจะเร็วเกินไปสำหรับคนหนึ่ง
...และอาจจะสายเกินไปสำหรับอีกคนหนึ่ง
...เราต่างมีความรู้สึกเดียวกัน น่าเสียดายที่เรามาไม่พร้อมกัน
ฟังเพลงประกอบ>> http://www.pratoo.com/music/song.aspx?id=57