พอลืมตาขึ้นมาอีกที ก็พบว่าตัวเองนอนเป็นรูปตัว L หงายหลังอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อน แบบมีพนักพิง 2 ตัว ที่ใช้แทนเตียงนอน ไหล่และคอปวดร้าวจากท่านอนอันพิสดารนั้น
...อาทิตย์นี้ใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้าน - 5 ชั่วโมงสำหรับนอนหลับ และ 1 ชั่วโมงสำหรับจัดการกิจวัตร
ทุกครั้งที่ตื่นจากการนอนหลับด้วยความเพลีย แว่บแรกมักจะตกใจและงุนงง ด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ตกใจด้วยซ้ำว่าตัวเองนอนอยู่ที่ไหน ...จนเมื่อนอนไล่เรียงเรื่องราวได้แล้วนั่นล่ะ จึงจะลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ - อิทธิพลจากหนังแนวสืบสวน ทำให้ผมรู้จักระแวดระวัง เผื่อตัวเองโดนโจรวางยาสลบมา จะได้แกล้งหลับต่อ แล้วหาจังหวะหนีได้ เกิดทะลึ่งลุกพรวดขึ้นมา เดี๋ยวมันปาดคอเอาไม่คุ้ม (จะเข้าขั้นโรคจิตรึเปล่านะ - หัวเราะ)
ดูเป็นคนขี้ระแวง แท้จริงแล้วเป็นการมองโลกแบบสองแง่สองง่าม มองด้านดีแล้ว เอาด้านลบมาหักล้าง ...กลับกันมองด้านลบแล้ว เอาด้านดีมาหักล้าง ...ใจความสำคัญคือควรจะมองไปในทิศทางที่ปลอดภัยต่อตัวเอง - ไม่มองโลกในแง่ร้าย และไม่ตั้งความหวังกับแง่ดี
คนอะไรไม่ยอมเสี่ยง ไม่ยอมเจ็บตัวเลย ...บางทีก็ไม่รู้ว่าจะเสี่ยง และเจ็บไปเพื่ออะไร ...มองอีกมุมหนึ่งคือไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องเสี่ยงสักนิด และก็ไม่เห็นจะเจ็บสักหน่อย - ความเสี่ยง และความเจ็บนี้ขึ้นอยู่กับบุคคล แต่ละคนก็ต่างบรรทัดฐาน แค่ถึงไหนเสี่ยง แค่ไหนถึงเจ็บ
ความเลวร้ายก็เหมือนกับโดนฉีดยาชา เจ็บตอนเข็มแทรกเข้าเนื้อ สักพักก็รู้สึกชา แต่มันก็ชาได้ไม่นาน ขึ้นอยู่กับฤทธิ์ยา ...วันข้างหน้าเราต้องมาเจ็บเพราะเข็มแทงอีก แล้วก็ชา ...มันก็เป็นอยู่อย่างนั้น...
ก่อนโดนปลายเข็ม หากเอาน้ำแข็งมาถูๆ สักพัก มันก็จะไม่รู้สึกเจ็บ หรือเจ็บเล็กๆ ตอนโดนแทง -เป็นทางออกง่ายๆ ที่ช่วยให้เราไม่เจ็บ ...แต่ทำให้เราชาไปตลอดชีวิต
.
พอลืมตาขึ้นมาอีกที ก็พบว่าตัวเองนอนเป็นรูปตัว Iนอนคว่ำหน้า รู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งแผ่นหลัง ...พอรู้ว่าตัวเองนอนอยู่บนกองทุเรียน ก็สะดุ้งโหยง ลุกพรวดขึ้นมานั่งเป็นรูปตัว L แต่หัวไปโขกเอากับราวเหล็กที่มองไม่เห็นเพระความมืด ...สุดท้ายก็ล้มลงไปนอนคุดคู้เป็นรูปตัว U เอามือกุมหน้าผากด้วยความเจ็บปวด