ปล่อยให้ความว่างเปล่าปกครองดินแดนแห่งนี้อยู่ 1 เดือนเศษ
ยาวนานยิ่งกว่าการออกไปแสวงบุญคราวนั้น...
หลังการกลับมาจากการเร่ร่อนอยู่ข้างนอกนั่น
ผมจินตนาการถึงชั้นฝุ่นที่ทับถมบนพื้นบ้านหนา 2 นิ้ว
.
การณ์กลับไม่เป็นดังคิด
เมื่อเปิดประตูเข้ามา ผมเห็นรอยเท้าที่เหยียบย่ำนับไม่ถ้วน
ฝุ่นไม่หนาอย่างที่คิด เพราะมีการเคลื่อนไหวภายในบ้านอยู่บ้าง
มีแขกแวะเวียนเข้ามาเสมอ ในตอนที่ผมไม่อยู่
อาหารแห้งถูกหยิบไปกินบ้าง เนื่องจากการขาดแคลนของสดใหม่มานานเกินควร
มีคนมาเปิดประตูบ้านผมทุกวัน ...แต่ผมไม่อยู่ แหะๆ
.
ร่อนเร่มาแรมเดือน...
เส้นทางสัญจรพาดผ่านกันไปมา หลับนอนไม่เป็นหลักแหล่งนัก
เหมือนสนุกกับการได้เปลี่ยนที่ไปทุกๆ 2 วัน
แต่ด้วยสภาพอากาศที่เลวร้าย วันหนึ่งโรคร้ายก็คุกคาม
เดชะบุญที่ยังเอาตัวรอดมาได้
.
.
ที่ผ่านมา ผมเคยทะนงในความหนุ่มแน่นของตัวเอง
ไม่มีครั้งไหนที่ต้องเจ็บป่วยถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ
แต่แล้วกลับรู้ซึ้งถึงสัจธรรม เกิด แก่ เจ็บ ตาย
แม้ภูผายังกร่อนได้ด้วยแรงลม คนคงกระพันก็คงหามีไม่
.
บางสิ่งที่เปลี่ยนแปลง บางครั้งมันก็ไม่สามารถเห็นได้ในทันที
เฉกเช่นภาวะโลกร้อนที่นับถอยหลังเป็นระเบิดเวลา รอเมื่อไรเท่านั้น
สุขภาพคนเราก็ไม่ต่างกัน อย่างผมเองเริ่มมีปรากฏการณ์สึนามิเตือนตัวเองบ้างแล้ว
ถึงจะเป็น "คนใช้ชีวิต" กระันั้นก็อย่าลืม "ถนอมชีวิต" ไว้ใช้นานๆ
.
.
นก ไม่ได้บินตลอดเวลา
ม้า ไม่ได้วิ่งทุกนาที
.
.
ผมบันทึกภาพนี้ไว้เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ต้นไม้ใกล้กัน ในสถานที่เดียวกัน เวลาเดียวกัน
ต้นหนึ่งมีดอกสีชมพูเต็มต้น อีกต้นไม่มีแม้แต่ใบ
เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
ฤดูกาลหาได้ทำให้สรรพสิ่งคล้อยตามไปในทิศทางเดียวกันไม่
.
กลับกัน! สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการแตะมือกันสับเปลี่ยนหน้าที่
คุณไม่อาจสดใสอยู่ได้ทุกฤดูกาล บางวันก็ต้องโรยราอย่างดูไม่ได้
แต่โลกใช่ว่าจะหยุดรอ มันยังขับเคลื่อนไปได้ด้วยปัจจัยอื่น
แล้ววันหนึ่งคุณก็จะกลับเข้ามาอยู่ในวงจรอีกครั้ง
.
บางทีคนเราก็อาจจะมีฤดูกาลเป็นของตัวเอง
.
*ออกตัว
การเรียบเรียงถ้อยคำในเอนทรี่นี้อาจดูสับสนไปบ้าง
เนื่องจากเครื่องในยังไม่เข้าที่
แต่ก็หวังว่าพอจะมีอะไรให้เก็บไปแทะกินได้บ้างตามสมควร