ภาพถ่าย กับ แววตา

posted on 22 Aug 2011 16:31 by a7day
ภาพถ่าย 1 ภาพ พูดแทนได้ร้อยพันถ้อยคำ
 
แต่แววตา 1 คู่ กลับซุกซ่อนแสนล้านภาพไว้ภายใน
 
คงยากจะเข้าใจความหมาย 
 
หากขณะนั้น...คุณกำลังจ้องตาใครสักคน
 
.
.
.
ในขณะที่เรามองว่าคนอื่นบ้า...บางครั้งเราก็เคย
 
ในขณะที่เรามองว่าคนอื่นโง่...บางครั้งเราก็เคย
 
ในขณะที่เรามองว่าคนอื่นไร้สาระ...บางครั้งเราก็เคย
 
ในขณะที่เรามองว่าคนอื่นเห็นแก่ตัว...บางครั้งเราก็เคย
 
ในขณะที่เรามองคนอื่น...
 
ในขณะที่เรามองคนอื่น...บางครั้ง นั่นก็คือตัวเรา

เกิน 300 ครั้งในชีวิตของผม

ที่มีความคิดอยากจะพิชิตยอดเขาต่างๆ ในประเทศไทย

แต่ด้วยข้อแม้กว่า 500 ข้อ ที่ปิดกั้นความท้าทายเหล่านั้น

สุดท้ายทำได้แค่พิชิตยอดภูกระดึง!!!

.

ไม่เกิน 5 ครั้งในชีวิตของผม

ที่มีความคิดอยากพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์

แต่มีข้อแม้เพียง 1 ข้อเท่านั้น ที่ห้ามมิให้ผมอาจเอื้อมความท้าทายนั้น

นั่นคือ ...ผมยังไม่อยากตาย!!!

.

ผมคิดว่าผมเป็น 1 ในหลายคน ที่เป็นโรคกลัวความสูง

.

.

.

.

คินาบาลู ยอดเขาที่ลอยอยู่บนเมฆ

ยอดเขาที่สูงที่สุดในเอเชียอาคเนย์

เปิดโอกาสให้ผมได้ทดสอบตัวเองเป็นครั้งแรก

เส้นทางที่ผมต้องเดินขึ้น เดินขึ้น เดินขึ้น...

.

เส้นทางในช่วงแรก ระยะทาง 6 กม.

มันไม่ต่างจากการเดินขึ้นภูกระดึงมากนัก

เปรียบได้กับการเดินขึ้น “ซำแฮก” 6 ครั้ง แต่ชันกว่า

เมื่อทำมันครบ ก็จะเจอกับอาหาร ที่พัก และอากาศที่หนาวเหน็บ

...นี่เพียงแค่เรียกน้ำย่อย บนความสูง 3000 เมตร

.
.
.

เวลา 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

คือจุดเริ่มต้นของความท้าทายที่แท้จริงของคินาบาลู

สายฝน, ลมแรง, อุณหภูมิ 5 องศา, แรงโน้มถ่วง และความมืด

ชีวิตของผมต้องไต่อยู่บนหน้าผาหินและเส้นเชือก

ระยะทาง 2.5 กม. เพิ่มระดับความสูงไปอีก 1000 เมตร

.

ทุกรอยเท้า ถูกจดจำไว้ด้วยความเจ็บใจ

กูจะมาทำไม กูจะมาทำไม กูจะมาทำไม

อากาศเบาบางจนหายใจลำบาก

เดิน 10 ก้าว ต้องหยุดพัก 3 นาที

มือชา หอบแดก หมดแรง หันหลังไปมอง เฮ้ย! เหว

.

เกิน 100 ครั้งที่ผมรู้สึกท้อแท้ ไปต่อไม่ไหวจริงๆ

โปรแกรมค้นหาแรงบันดาลใจของผมต้องทำงานอย่างหนัก

Nike บอกให้ผม Just do it ..กูก็ Do แล้วนี่ไง กูเหนื่อย

Adidas บอกว่า Impossible is nothing ..โอเค เชื่อๆ

แต่เปล่าเลย...มันช่วยให้ผมเดินต่อได้แค่ 50 เมตรเท่านั้น

.

.

สายลมเย็นเยือกกระพือปลุกผมให้ตื่นจากการงีบหลับ

ชายผู้ไม่เคยเห็นหน้าเข้ามาสะกิดผมแล้วกระซิบข้างหูว่า

“Keep walking” ...ลุงจอห์นนี่นั่นเอง!!

ให้ตายเถอะ แกอุตส่าห์เดินทางไกลมาจากสก็อต เพื่อกระตุ้นผม

.

ผมลุกขึ้น แล้วก้าวเดินต่อด้วยแรงก๊อกสุดท้าย

นี่แหละหนา อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ มันคือใจของเราต่างหาก

อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมา หาใช่การปีนพิชิตยอดเขา

แต่กลับกลายเป็นว่าผมต้องพยายามปีนข้ามภูผาในใจตัวเองมากกว่า

.

อีก 50 เมตรสุดท้าย ที่ต้องไต่ขึ้นสู่ยอด Low’s Peak

หย่อนน้ำหยดสุดท้ายลงไปชโลมลำคอที่แห้งผาก

มือคลำกล้องถ่ายรูปในกระเป๋า พลางคิดในใจว่า 

.

.

...“แล้วกูจะเหลือแรงไว้ยิ้มตอนถ่ายรูปบนนั้นไม๊วะเนี่ย”


.
.
.
ดูภาพทั้งหมดได้ที่ http://7daysago.multiply.com/photos/album/43
 

ฝันจริงๆ?

posted on 13 May 2011 14:01 by a7day
บางครั้ง
"ฝัน"
ก็เหมือน
"จริง"
มากจนเกินไป
.

"เหมือน"
เสียจนไม่กล้าคิดว่าการ "หลับตา"
เป็นการก้าวสู่เขตแดนแห่ง "ฝัน"
.
การปรากฏตัวของ
"น้ำตา" และ "รอยยิ้ม"
แม้ยามหลับหรือตื่น
.
จะกลายเป็นริ้วรอยที่สะสมในก้นบึ้ง ...ตลอดกาล

ความรัก กระจอก

posted on 02 Mar 2011 11:47 by a7day
ซากแห้งๆ ของนกกระจอก ก่อให้เกิดบทสนทนานอกระเบียง
 
เราต่างสันนิษฐานถึงเหตุการณ์ก่อนโศกนาฏกรรมไปต่างๆ นานา
 
บ้างก็ว่านกทั้งคู่ไม่สมหวังในรัก ด้วยเพราะกำแพงประเพณีของครอบครัวฝ่ายตัวเมีย มิอาจอนุญาตให้ตัวผู้ได้ครองคู่กับตัวเมีย ทั้งสองเลยตกลงยุติลมหายใจ เพื่อหวังคู่กันในชาติหน้า
 
บ้างก็จับโยงเอาพฤติกรรมของมนุษย์มาเชื่อมโยง ว่านกทั้งคู่แอบลักลอบรักกันแบบผิดศีลธรรม เลยโดนผัวนกที่จับได้กลับมาปลิดชีพ
 
...สุดแล้วแต่จะนึกถึงสาเหตุการตายของนก 2 ตัว ต่างก็อาศัยประสบการณ์ ความขี้เล่น ผนวกข่าวสารที่ได้รับ และปริบทแวดล้อมของสังคมไทยของผู้สันนิษฐาน แต่ท้ายที่สุดก็มิได้ล่วงรู้ถึงความจริงแท้ของเหตุการณ์ 
 
...
 
หลังจากนั้น 3-4 วัน ระหว่างที่แอบไปนั่งอู้งาน
 
ผมแอบเห็นนกกระจอก 2 ตัว กำลังเกี้ยวพาราสี จิ๊บๆ จ๊อกๆ
 
ก็เลยบันทึกภาพเพลินตาการหยอกเย้าของทั้งคู่ไว้
 
โดยที่เจ้าตัวรู้สึกไหวตัวทันว่ามีคนแอบดู เลยผละออกจากกันในจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม
 
...
.
.
.
.
.
.
.
.
 
หลายครั้งที่เราได้เห็นว่าเหตุผลของ "ความรัก" มักยิ่งใหญ่เสมอ
 
แต่ก็มีหลายครั้งที่ "ความยิ่งใหญ่" ของความรัก กลับกลายเป็นความโง่เขลา
 
เพราะหลายครั้งเช่นกันที่เราไม่ได้ "ลืมตา" มองมันจริงๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 
 
ฉันยังอยู่
.
.

2 เดือนกว่าที่ผ่านมา

ชีวิตประจำวันของผมถูกกำหนดไว้เป็นผู้แบกหาม
 
ไม่ใช่แบกหามกระสอบข้าวสารเยี่ยงสามัญกรรมกร
 
แต่เป็นการแบกหามความอ่อนล้า ผ่านค่ำยันรุ่ง
 
ผลที่เกิดจากภาระนี้ คือ สมองที่ทำงานสร้างสรรค์จินตนาการฝ่อลง
 
.
 
เหนื่อยที่จะคิด เหนื่อยที่จะเขียน
 
แต่ก็ไม่วาย จดอะไรยิกๆ ตามประสาคนขี้ลืม
 
ตัวหนังสือยิกๆ ที่จดไว้ ณ ชั่วขณะปัจจุบันทันด่วนที่ผุดเข้ามาในหัว
 
ซึ่งหากผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว ผมก็อาจไม่คิดถึงมันอีก
 
แต่เมื่อผมได้มาเจอสถานการณ์คล้ายแบบเดิม ก็จะหวนกลับไปคิดถึงมัน
 
แล้วจึงตระหนักว่า "นั่นคือความจริง" ที่ต้องเจอในทุกรอบวงโคจรของชีวิต
 
.
 
เอนทรี่นี้ ผมหยิบเอาตัวหนังสือยุกยิก ที่ไม่ค่อยประสาต่อโลก
 
ความคิดชั่วขณะ ที่ถูกแปรสภาพเป็นตัวหนังสือมาแบ่งปันกัน
 
หากมันมีประโยชน์มากกว่าการเป็นแค่บันทึกกันลืมของผม
 
ก็ขอมอบความดีความชอบที่เหลือให้กับ "ความธรรมดาของจักรวาล"

.

.

.

"เช้าวันหนึ่ง ผมเฝ้ารอพระอาทิตย์ขึ้นหลังภูเขา

เวลาผ่านไปเนิ่นนานจึงได้รู้ว่าภูเขาลูกนั้นอยู่ด้านทิศตะวันตก,

หลายครั้งที่ชีวิตคนเรา

มักเสียเวลาไปกับห้วงแห่งการเข้าใจผิดคิดไปเอง."

.

"พอนับถึงจำนวนที่ 99

เราก็มักจะลืมอีกหลายจำนวนที่เคยนับมา

แต่หากเราจดบันทึกไว้ ก็จะไม่มีทางลืมมัน,

เช่นกัน หากใครสักคนอยากประสบความสำเร็จ

เขาก็ควรจดจำประสบการณ์ที่ผ่านมาไว้เตือนตัวเอง."

.

"ชีวิตจริง ไม่ได้เหมือนซิทคอม

จงอย่าคาดหวังว่ามันจะจบแบบหักมุมพลิกร้ายกลายเป็นดี

เพราะในโลกความจริงเราไม่ค่อยเห็นเรื่องอย่างนั้นสักเท่าไร."

.

"สัจกรรมหลังตี 2 ของพุทธศาสนิกชนอย่างเรา

'เรารู้ เราตื่น แต่เราไม่ค่อยจะเบิกบานเท่าไรนัก'."

.

"อย่ามัวชื่นชม "คำคม" ที่คนอื่นๆ เคยพูดไว้

หากคุณไม่ได้ "คิด" และ "ทำ" อย่างที่คุณชื่นชม,

มันจะเท่กว่ามาก

หากคุณนำสิ่งที่ตัวเอง "คิด" และ "ทำ"

มาประดิษฐ์เป็นถ้อยคำคมๆ ของคุณเอง."

.
.
 
และนั่นคือ...เจ็ดวันที่แล้ว


"ความคิด" ดำรงชีวิตอย่างอิสระด้วยตัวมันเอง ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นต่อ "ความคิด" ก้อนอื่น

.

"ความคิด" หลายก้อน อาจจะมีหน้าตาคล้ายคลึงกัน แต่ไม่เคยเหมือนกัน

.

"ความคิด" ของคุณ อาจจะเหมือนกับ "ความคิด" ของเพื่อนอีกคน แต่มันจะไม่เหมือนทั้งหมด

.

"ความคิด" ไม่เคยถูกลบทิ้ง เพียงแต่มันจะถูก "ความคิด" อีกก้อนมาเบียดบังไว้เท่านั้น

.

สุดท้ายก็อยู่ที่ว่า คุณจะเลือกเดินตาม "ความคิด" ของตัวเอง หรือ "ความคิด" ของคนอื่น..??

อีก 1 ครั้ง 

.

ความรู้สึกเดิม

.

เดินทางแบบเดิม

.

เห็นสิ่งเดิม

 

.

คิดเหมือนเดิม

.

เขียนเหมือนเดิม

.

เดินถนนเดิม 

.

บรรยากาศเดิม

 

.

สดใสเหมือนเดิม

.

ยิ้มมุมเดิม 

 

.

ถ่ายภาพที่เดิม

 

.

รสชาติเดิม

 

.

กลับแบบเดิม 

.

สุขแบบเดิม 

ฟ้าอายไหม ยามไม่มีเมฆห่ม

ฟ้าอึดอัดไหม ยามที่มีเมฆโอบ

ฟ้าเศร้าไหม ยามที่สายฝนโปรย

ฟ้าหนาวไหม ยามต้องสายลมหนาว

ฟ้าสุขไหม ยามมีดวงดาวพร่างพราย

ฟ้ากลัวไหม ยามที่สายฟ้าฟาด

ฟ้าชอบไหม ยามสายรุ้งพาดผ่าน

ฟ้าอาลัยไหม ยามทิวาผลัดเปลี่ยนราตรี 

หรือมีแค่ฉัน

...ที่หวั่นไหวกับความเป็นไปของเธอ